ยมทูตยักษ์หัววัวหน้าม้ามีหน้าที่ลากดวงวิญญาณที่มีรากปัญญาแต่โชคชะตายังไม่เพียงพอ คนพวกนี้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วยังงงงันอยู่
ตอนนี้ที่เห็นชายหน้ากากผีในประตูบ้านต้น ทุกคนต่างรู้สึกอยากหนีขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
แต่แรงกดดันอันแกร่งกล้าจากหน้ากากผีภายในประตูกลับเหมือนตรึงวิญญาณของพวกเขาไว้กับที่ ขยับตัวไม่ได้ แถมยังรู้สึกอยากเดินเข้าไปข้างในตามน้ำเสียงของอีกฝ่าย
ชายหน้ากากผีดูเหมือนจะคุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้ดี กวาดสายตามองดวงวิญญาณข้างนอกหนึ่งครั้ง สายตาหยุดค้างเล็กน้อยที่ดวงวิญญาณของอาซุ่ยและแมวดำข้าง ๆ เธอ แล้วก็เลื่อนออกไปอย่างไม่ใส่ใจราวกับไม่รู้สึกอะไร
มีเพียงมุมปากใต้หน้ากากผีที่ยกขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่พูดอะไร หันหลังเดินเข้าไปข้างในตรง ๆ
เมื่อชายหน้ากากผีหายไป ยมทูตยักษ์หัววัวหน้าม้าข้างนอกประตูจึงนำดวงวิญญาณทั้งหมดเดินเข้าไป
รวมถึงอาซุ่ยและจี้โหยวด้วย คืนนี้ลากดวงวิญญาณมาทั้งหมด 7 ดวง
เพราะเรื่องแบบนี้ทำให้เปิดเผยเกินไปไม่ได้ ส่วนดวงวิญญาณที่ชายหน้ากากผีต้องการก็ต้องผ่านการคัดกรองพอสมควร
ดวงวิญญาณทั้ง 7 เดินเข้าไปโดยมียมทูตยักษ์หัววัวหน้าม้าของตัวเองนำทาง
แต่ดวงหนึ่งกลับราวกับตื่นขึ้นมาทันทีก่อนจะก้าวข้ามประตูบ้านต้น
“ไม่! ฉันไม่เข้าไป ฉันอยากกลับบ้าน ปล่อยฉันกลับบ้าน!”
คนนั้นพูดพร้อมดิ้นรนพยายามหนี
ผีหน้าม้าที่ดูแลเจ้าตัวส่งเสียง “เชอะ” ในลำคอ เห็นได้ชัดว่าเริ่มไม่พอใจ ดวงวิญญาณที่มีรากปัญญาในตัวแบบนี้มันก็ย่อมพิเศษกว่าดวงวิญญาณธรรมดาอยู่หรอก
เช่น บางทีก็มีสักหนึ่งสองดวงที่จิตสำนึกแกร่งกล้า แม้เผชิญแรงกดดันของท่านหน้ากากผีก็ยังรักษาความรู้ตัวไว้ได้
