ยายหมอกนำทางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันทรงพลังของราชันผี ร่างวิญญาณของนางเริ่มไม่มั่นคง แต่นางยังคงหลับตาและเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
“เรียนท่านผู้น้อย นี่เป็นเพียงสิ่งที่แม่เฒ่าได้มาโดยบังเอิญ ฉันไม่รู้ว่าเจ้าของเลือดคือใคร…”
เกือบจะทันทีที่สิ้นเสียง ก็เห็นมือยักษ์ข้างนึงยื่นเข้ามาทางด้านนอกตึก แล้วกำร่างของยายหมอกนำทางไว้แน่น
ยายหมอกนำทางรู้สึกได้ว่าร่างกายถูกพลังบางอย่างกดไว้ตายตัว หมอกสีเทาที่ปกคลุมรอบตัวนางสลายหายไปทันทีเมื่อสัมผัสกับมือนั้น
นางได้ยินเพียงเสียงอันดุดันของราชันผี แฝงไปด้วยอันตราย
“เจ้าบังอาจหลอกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ยายหมอกนำทางนึกถึงเด็กน้อยคนนั้น นางจึงกัดฟันและเอาแต่ร้องขอชีวิต บอกว่าตนไม่รู้
เมื่อร่างวิญญาณของนางใกล้จะถูกบดขยี้ในกำมือของราชันผี ในที่สุดราชันผีอีกตนก็ก้าวเข้ามาขวาง แล้วช่วยยายหมอกนำทางออกมาจากมือของราชันผีใจร้อนตนนั้น จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงการล่อลวงว่า
“ยายหมอกนำทาง ได้ยินว่าเจ้าอยากไถ่ดวงตาคืนมาและตามหาลูกของเจ้ามาโดยตลอด หากเจ้าบอกข้าว่าเจ้าของเลือดหยดนี้อยู่ที่ไหน ข้าจะออกหน้าให้เอาดวงตาคืนให้เจ้า”
ยายหมอกนำทางมีท่าทีหวั่นไหวขึ้นเมื่อได้ยิน แต่ก็ยังเอ่ยว่า
“ท่านผู้น้อย เลือดหยดนี้เป็นเพียงสิ่งที่ฉันได้มาจากคนที่เข้ามาในหมอกของฉันโดยบังเอิญ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นใคร”
ราชันผีที่กำลังพูดไม่มีท่าทีเปลี่ยนไป แถมยังคงมีทีท่าเกรงใจอยู่บ้าง เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น ก็เพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ
