“ปล่อย...”
หูลีลี่พยายามดิ้นให้หลุด แต่กลับพบว่าคนตรงหน้าแรงเยอะอย่างเหลือเชื่อ
ประกอบกับท่าทางคลุ้มคลั่งของเขา ทำให้เธอนึกถึงฝันร้ายที่เพิ่งประสบมาเมื่อไม่กี่วันก่อนแทบจะในทันที
ผีร้ายเข้าสิงงั้นเหรอ?
แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนบอกว่าจัดการผีร้ายไปหมดแล้วหรอกเหรอ?
ทำไมถึงมาโผล่ในโรงพยาบาลอีกล่ะ?
เมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดราวกับหายใจไม่ออกตรงลำคอ ในตอนที่หูลีลี่คิดว่าตัวเองคงต้องมาตายที่นี่ ก็ได้ยินเสียงห้าวทรงอำนาจที่คุ้นเคยดังขึ้น
“ราชันอยู่ที่นี่แล้ว ผีร้ายกระจ้อยร่อยยังกล้ากำเริบเสิบสานอีกหรือ?!”
สิ้นเสียง ไฟในทางหนีไฟก็ดับพรึ่บ ทันใดนั้นไฟดวงใหญ่ก็สว่างขึ้น เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตา
เป็นราชันผีตัวนั้นที่อยู่ข้างหนูจือซุ่ยน้อย!
ซือเฟิงเหนียนที่กำลังบีบคอหูลีลี่อยู่ก็ตกใจเช่นกัน ราวกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตราย มือของเขาสั่นวูบ ก่อนจะหันไปมองเงาขนาดใหญ่บนผนังโดยไม่รู้ตัว
วินาทีต่อมา เงานั้นก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อไม่มีพลังหยินส่งผล หูลีลี่จึงมองไม่เห็นผีร้ายในครั้งนี้ แต่กลับเห็นผ่านเงาบนผนังได้อย่างชัดเจนว่ามือข้างหนึ่งคว้าหลังศีรษะของซือเฟิงเหนียนไว้
จากนั้นก็ดึงเงาผีร่างหนึ่งออกมาจากตัวเขาตรง ๆ
แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นฉากแบบนี้ แต่หูลีลี่ก็ยังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ทันทีที่เงาถูกกระชากออกมา ไฟดวงใหญ่ในโถงทางเดินก็ดับลงฉับพลัน
สิ่งที่เธอไม่เห็นคือ ด้านหลังศีรษะซือเฟิงเหนียน ราชันผีแห่งเขาจิงซานตัวน้อยกำลังลากผีร้ายที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่าเอาไว้
