คืนนี้ที่ฉีหนาเจียกับราชันผีทั้งสามมาปรากฏตัวพร้อมกันที่ตึกฟางหยวน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ฉีหนาเจียไม่เหมือนฝูเจิ้งเต้า ไอ้โง่ที่คิดว่าตัวเองเหนือคนอื่น
เขาไม่เคยฝากความหวังไว้กับโชค
เมื่อไหร่ที่ลงมือ เขาย่อมทำให้อีกฝ่ายหนีไม่รอด
ราชันผีทั้งสามปรากฏตัวอย่างโดดเด่นเกินไป อาซุ่ยน้อยถึงได้ลืมการมีอยู่ของเขาไปชั่วขณะ
ตอนนี้พอเพ่งมองดี ๆ กลับเห็นว่าฉีหนาเจียเริ่มทำคาถาอาคมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พยายามเปิดประตูผีร้ายให้กว้างขึ้น
อาซุ่ยน้อยเบิกตากว้าง เกือบลืมไปว่ายังมีตัวเล็กอยู่อีกคน!
“ห้ามขยับนะ!”
อาซุ่ยน้อยตะโกนใส่ฉีหนาเจียที่อยู่เบื้องล่างอย่างโมโห
ตอนนี้เธอยืนอยู่บนหัวเจ้ายมบาลที่ขยายร่างใหญ่ขึ้น มือหนึ่งกำปิ่นไม้ร่างต้นของมู่เหยาเหยาที่เจ้ายมบาลนำมาด้วย
ทันทีที่สายฟ้าทองผ่าลงมาเมื่อครู่ เจ้ายมบาลก็รีบหดหางกลับแล้วถอยออกไป จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
พอได้ยินอาซุ่ยน้อยพูด แมวดำก็หันดวงตาสีทองขนาดใหญ่จ้องไปยังผีน้อยหน้าประตูผีทันที
เมื่อเห็นตราอาคมเปิดประตูผีร้ายในมืออีกฝ่าย หางยาวก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว
ฉีหนาเจียไม่หลบไม่เลี่ยง เพียงมองหางที่พุ่งเข้าหาตน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาชั่วร้าย
เป็นอย่างที่คิด ก่อนหางของเจ้ายมบาลจะสัมผัสตัวฉีหนาเจีย ราชันผีแห่งเขาเฟิงซานก็ชิงยื่นมือมาคว้าหางนั้นไว้แน่น แล้วสะบัดเต็มแรง
แมวดำร่างยักษ์พร้อมกับอาซุ่ยน้อยที่ยืนอยู่บนหลังถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปทันที
อาซุ่ยน้อยหมุนกระแสลมบ้าคลั่งกลางอากาศ ประคองตัวเองไว้พลางรวบรวมไอผีที่ถูกสายฟ้าผ่ากระจายไปทั่ว จากนั้นก็ใช้มือปั้นพวกมันรวมเป็นก้อน แล้วขว้างใส่ฉีหนาเจียอย่างแรง
