ไม่ต้องพูดถึงหนานจิ่งเฉิน ตอนนี้ผู้ชมในห้องไลฟ์รวมถึงทีมงานรายการเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหัน ต่างก็ทำหน้าตึงเครียดกันถ้วนหน้า
เพราะกลางวันเพิ่งได้ยินพิธีกรพูดถึง
เรื่องประหลาดที่เคยเกิดขึ้นในหมู่บ้านมาก่อน หนึ่งในนั้นคือมีคนมาเคาะประตูตอนดึกเพื่อขอยืมของ
มีทีมงานติดตามอยากออกไปถามว่าเป็นใคร แต่พอจะอ้าปาก ก็ถูกคนข้าง ๆ รีบเอามือปิดปากไว้แน่น แล้วเตือนเสียงเบาว่า
“ลืมกฎที่ชาวบ้านบอกแล้วเหรอ!”
[ตอนกลางคืนได้ยินเสียงเคาะประตู ห้ามทัก]
ใครจะรู้ว่าข้างนอกเป็นคนหรือว่า...
ในห้อง อาซุ่ยน้อยมองลุงห้าตัวเบ้อเริ่มที่เกือบจะยึดเตียงของเธอไปตั้งครึ่งค่อน มองลุงด้วยสายตารังเกียจนิดหน่อย จากนั้นก็กระโดดลงจากเตียงอย่างใจเย็น ออกไปข้างนอก
ตอนที่เธอเดินออกจากห้องก็พอดีเจอกับปรมาจารย์กัวและกัวเสี่ยวซือที่ได้ยินเสียงออกมาเหมือนกัน
กัวเสี่ยวซือนึกขึ้นได้ว่าอาซุ่ยน้อยน่ะจับไอผีด้วยมือเปล่าได้ จึงรีบขยับจากข้างอาจารย์ตัวเองมาอยู่ข้างอาซุ่ยน้อย
“จือซุ่ย ข้างนอกมีคนเคาะประตู”
“ได้ยินแล้วจ้า”
อาซุ่ยน้อยพูดพลางมองกลุ่มผู้ใหญ่ที่กำลังตึงเครียด แล้วพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า
“แต่อาซุ่ยไม่รู้สึกถึงพลังหยินนะ ข้างนอกน่าจะเป็นคนจ้ะ”
พอกล่าวจบ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็หยุดลง ตามด้วยเสียงของทีมงานรายการคนอื่นที่ดังมาจากนอกประตูว่า
“เมื่อกี้เป็นแฟนคลับของอาจารย์จิ่งเฉินน่ะครับ น่าจะดูไลฟ์เลยรู้ว่าอาจารย์จิ่งเฉินพักอยู่บ้านนี้ก็เลยมาเคาะประตู ไม่มีอะไรหรอกครับ อย่าให้อาจารย์ทั้งสองกับแขกรับเชิญตัวน้อยต้องกังวล”