ฟู่เจ๋อเยวียนก้าวไปข้างหน้า มาหยุดข้างกายเจียงหนี บังลมที่พัดเข้าใส่เธอ
“นี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป”
เจียงหนีเงียบไปครู่หนึ่ง แต่น้ำตาคลอขึ้นมาเรื่อย ๆ จนปริ่มขอบตา
สิ่งที่สำคัญที่สุดของเธอถูกทำลาย ถูกลบล้าง
นั่นหมายความว่าเธอไม่มีจุดอ่อนอีกแล้ว ไม่มีใครใช้สิ่งที่เธอห่วงใยมาบีบบังคับเธอได้อีก
แต่กระบวนการนี้มันเจ็บปวดเกินไป เจ็บปวดจนเธอเกือบจะทนไม่ไหว โชคดีที่เธอผ่านมาได้
หลังจากนี้ เธอไม่ใช่แค่จะหย่ากับปั๋วเยี่ยนหวย ให้ปั๋วเยี่ยนหวยกับหลินซูอันชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำลายอัฐิแม่ของเธอ แต่ยังจะต้องไต่เต้าขึ้นไป
มีเพียงการยืนอยู่บนจุดสูงสุดเท่านั้น จึงจะไม่มีใครมาบีบบังคับเธอได้โดยง่าย
เจียงหนีพยายามกลั้นน้ำตากลับเข้าไป ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“คุณพูดถูก นี่เป็นเรื่องดีจริง ๆ”
สิ้นเสียงพูด จู่ ๆ เธอก็ถูกโอบกอดเข้าไปในอ้อมแขนอบอุ่น
“ตุบ——”
หัวใจของเจียงหนีกระตุกวูบอย่างรุนแรง มองฟู่เจ๋อเยวียนอย่างตะลึงงัน
เพียงแค่สบตากันหนึ่งวินาที เขาก็คลายมือ ถอยออกไปยืนข้าง ๆ
“อย่าเศร้าไปเลย”
อ้อมกอดสั้น ๆ เพื่อปลอบโยน
เขามอบความอบอุ่นให้เธอได้เสมอในยามที่เธอทุกข์ใจ
เจียงหนียกยิ้มขึ้น แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้าในดวงตาของเธอ ระยิบระยับเป็นประกายของชีวิตที่มีชีวิตชีวา
“ขอบคุณนะ ตอนนี้ฉันไม่เศร้ามากแล้ว”
ในชั่วขณะนั้น จู่ ๆ ในใจของฟู่เจ๋อเยวียนก็พลุ่งพล่านขึ้นด้วยแรงกระตุ้นที่ไม่เคยมีมาก่อน
อยากจะจูบเบา ๆ ที่ดวงตาคู่นั้นของเธอ
แต่สุดท้าย ฟู่เจ๋อเยวียนก็ยับยั้งตนเอง เบือนสายตาไปทางอื่น แล้วถอยไปยืนข้าง ๆ
“ฟ้าเริ่มมืดแล้ว กลับกันเถอะ”
เจียงหนีไม่รู้ว่าฟู่เจ๋อเยวียนกำลังคิดอะไรอยู่ เธอโค้งคำนับอย่างสุดซึ้งให้กับป้ายหลุมศพ
