เจียงหาวมองออกว่าหนูขาวตั้งใจผูกมิตรด้วย จึงยิ้มพลางพยักหน้า แล้วเสนอขึ้นตามคำพูดของเขา
“คุณมีช่องทางติดต่ออื่นไหม? เพิ่มเพื่อนกันได้หรือเปล่า? ต่อไปถ้าฉันอยากซื้อข่าว จะได้ไม่ต้องวิ่งมาหาคุณถึงที่ แค่ส่งข้อความไปถามก็สะดวกกว่าเยอะ ไม่ต้องห่วงนะ ค่าตอบแทนไม่ขาดแม้แต่เหรียญเดียว”
ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไป หนูขาวคงไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองก่อนปฏิเสธ แต่สำหรับเจียงหาว เขากลับอยากติดต่อกันให้ใกล้ชิดกว่านี้เสียอีก
“พวกเรามีบัญชีอยู่แล้ว แน่นอนว่าแต่ก่อนพวกเราก็เคยเป็น...”
พูดถึงตรงนี้ หนูขาวก็พลันหุบปาก ปลายหางงอขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
วินาทีถัดมา เขารีบเรียกหน้าจอแสงขึ้นมา แล้วเลื่อนรหัสอันหนึ่งไปตรงหน้าเจียงหาว “สแกนตรงนี้ได้เลย”
เจียงหาวสแกนรหัส แต่ในใจยังครุ่นคิดถึงประโยคที่เขาพูดค้างไว้
แต่ก่อนพวกเขาก็เคยเป็นอะไรกันนะ?
เธอมีข้อสันนิษฐานหนึ่งผุดขึ้นมา แต่ไม่ได้ซักถามต่อ
จากท่าทีที่หนูขาวมีต่อเธอในตอนนี้ ถ้าพูดได้ เขาคงบอกไปนานแล้ว
ในเมื่อเขาหยุดพูดกลางคัน แสดงว่ามันเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ ถามต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
กลับขึ้นรถแล้ว เจียงหาวจึงหันไปถามเอ้อร์เฟิ่ง “เธอรู้ไหมว่าประโยคที่หนูขาวพูดค้างไว้นั่นหมายถึงอะไร?”
เอ้อร์เฟิ่งกลืนน้ำลายอย่างประหม่า แม้แต่ปีกก็เกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะลดเสียงลง
“ฉันรู้...ก็รู้แหละ...จะพูดยังไงดี ถนนเอาชีวิตรอดนี่เคยปรากฏขึ้นบนดาวดวงอื่นด้วย เข้าใจไหม...”
