“เยี่ยนหราน” เจียงสวินรีบคว้าตัวเยี่ยนหรานมากอดไว้ในอ้อมแขน “อยากร้องก็ร้องออกมาเถิด”
ฉินเยี่ยนหรานได้ยินเช่นนั้นก็กลั้นไม่ไหว ซบอยู่ในอ้อมอกเจียงสวินแล้วร้องไห้โฮ
เหยียนเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็คว้าแขนเจียงสวินไว้แน่น ร้องไห้หนักกว่าเยี่ยนหรานเสียอีก
แต่สองพี่น้องไม่ได้คิดจะห้ามเจียงสวินเลย สิ่งที่เจียงสวินตั้งใจทำ พวกนางย่อมไม่คัดค้าน
“ท่านพี่ เยี่ยนหรานจะรอท่านกลับมา ท่านต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ”
ครู่ต่อมา ฉินเยี่ยนหรานเงยหน้ามองเจียงสวิน
“วางใจเถิด สามีของเจ้ามีความสามารถอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้น มีพวกเจ้าสองคนอยู่ ข้าจะตัดใจตายได้อย่างไร?”
เจียงสวินลูบเรือนผมนุ่มสลวยของฉินเยี่ยนหรานเบา ๆ แล้วพยักหน้า “ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นจึงจะมีพลังปกป้องพวกเจ้า... ตราบใดที่กองทัพกบฏไม่พ่ายแพ้ และต้าอวี๋ไม่บุกมาถึงอำเภอผิงอัน พวกเจ้าก็จะปลอดภัย”
“เมื่อข้าสร้างผลงานในสนามรบได้แล้ว ข้าจะทำให้เจ้ากับเหยียนเอ๋อร์ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เคยอยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดี ไม่ต้องลำบากตามข้าอีก”
“อยู่กับท่าน ข้าเคยลำบากเสียที่ไหน?” ฉินเยี่ยนหรานยกมือขึ้นลูบใบหน้าเจียงสวิน “ท่านเป็นคนที่ดีกับเยี่ยนหรานที่สุดในชีวิตนี้”
“เหยียนเอ๋อร์ก็เช่นกัน” เหยียนเอ๋อร์กอดแขนเจียงสวินไว้แน่น พลางเอาศีรษะน้อย ๆ ถูไถกับเขา
“พวกเจ้าก็ดีกับข้าที่สุดเหมือนกัน” เจียงสวินพยักหน้ายิ้ม แล้วลูบศีรษะของทั้งคู่
จากนั้นฉินเยี่ยนหรานกับเหยียนเอ๋อร์ก็ช่วยเจียงสวินวาดแบบจนเสร็จ ก่อนจะเข้านอนด้วยกัน