“ลืมตามามองฉันสิ”
“พี่ชายครับ ร้องไห้ได้น่ารักจัง…”
…
ผ้าม่านของโรงแรมห้าดาวกันแสงได้ดีมาก ใกล้เที่ยงวันแล้ว แต่แสงสลัวในห้องก็ยังทำให้รู้สึกปลอดโปร่งใจ
พื้นไม้จริงรกไปด้วยเสื้อผ้าที่หล่นกระจัดกระจาย
เจียงหยวนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก
นี่ฝันเปียกหรือเปล่าเนี่ย… ครั้งก่อนน่าจะตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยแล้ว
ตรงหน้าเป็นโคมไฟระย้าบนเพดานห้องแปลกตา ไม่ใช่โคมไฟรูปดอกไม้ในห้องนอนของเขา
แม้จะผ่านมาทั้งคืน แต่กลิ่นฟีโรโมนที่ตกค้างในห้องก็ยังคงรุนแรงอย่างน่ากลัว
เจียงหยวนกระพริบตา แล้วสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
นี่คือฟีโรโมนของอัลฟ่า และระดับก็ไม่น่าจะต่ำนัก
เจียงหยวนใจสั่นสะท้าน แล้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที
การเคลื่อนไหวครั้งนั้นทำให้เอวและต้นขาพลอยสะเทือน ความเมื่อยซ่านที่ตามมาทำให้เขาแทบทรุดกลิ้งตกเตียงด้วยความเจ็บ
“ตื่นแล้วเหรอ?”
เสียงผู้ชายดังมาจากข้าง ๆ เจียงหยวนหันหน้าไปตามสัญชาตญาณ
ชายหนุ่มใช้คางค้ำมือมองเขา น้ำเสียงเจือด้วยความอิดโรยหลังสมใจอยาก “ผมนึกว่าคุณยังจะนอนต่ออีกสักพัก เพราะเพิ่งหลับไปไม่ถึงสามชั่วโมงเอง”
สายตาประสานกันพอดี
เขาเป็นคนที่มีคิ้วตาคมสวยงาม ดวงตาหงส์คู่หนึ่งที่แสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา ถึงสีหน้าจะราบเรียบ แต่ในแววตาก็ยังมีประกายใสเหมือนหยาดน้ำ
“!?”
เจียงหยวนตกใจจนกลิ้งตกเตียง
ผ่านไปไม่กี่วินาที เขาใช้มือกุมสะโพกลุกขึ้นนั่ง “ทำไมนายถึงมาอยู่บนเตียงฉัน!?”
ปฏิกิริยาแบบนี้ หนิงถิงอวี้เดาไว้แล้ว
เขาหัวเราะเบา ๆ สองสามที แล้วพลิกตัวลงจากเตียง
ต่อหน้าเจียงหยวน เขาเก็บกางเกงบนพื้นมาสวม แล้วเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำที่ตู้ข้างประตูโยนให้เจียงหยวน
“จำได้แค่ไหน?”
หนิงถิงอวี้รัดเข็มขัดพลางชำเลืองมองเขาอย่างไม่ใส่ใจ
เจียงหยวนเหมือนถูกกดปุ่มสโลว์โมชัน การกระทำและความคิดเชื่องช้าลง สายตาล่องลอย นิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง
เขาเหลือบมองหนิงถิงอวี้อย่างระมัดระวัง “เมื่อวานเป็นงานเลี้ยงประจำปีของแพลตฟอร์ม ฉันดื่มมากไปเหรอ?”
“อืม” หนิงถิงอวี้หัวเราะอีกครั้ง ถือเป็นการยอมรับ “ก็เหมือนจำได้แค่ช่วงที่เวลาดูหนังโป๊ต้องข้ามผ่านไป”
“………”
คำลามกเย็นชืดที่โพล่งออกมาทำให้เจียงหยวนหน้าแดงก่ำ
เขาเอาหน้าหลบหลังผ้าห่ม ดวงตาทั้งสองคู่นั้นแอบมองหนิงถิงอวี้อยู่เงียบ ๆ
หุ่นของชายคนนี้ดีมากจริง ๆ กล้ามเนื้อพอดิบพอดีพอเหมาะกับความเซ็กซี่ เส้นสายบนโทนแขนปรากฏเลือนราง แม้แต่ท่าทางรัดเข็มขัดก็ยังเย้ายวนใจ
สมกับเป็นนางปีศาจแห่งวงการอีสปอร์ต
แม้จะปลดระวางมาแล้วหนึ่งปีเพราะอาการบาดเจ็บที่มือ ก็ยังคงเป็นบุคคลระดับตำนาน
“เมื่อคืนคุณน่าจะถูกวางยา บังคับให้เข้าสู่ช่วงติดสัด ผมเจอคุณอยู่ตรงทางเดิน”
หนิงถิงอวี้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกางมือออก
มองกับเจียงหยวนแวบหนึ่ง แล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างมีนัย
“ส่วนรายละเอียดที่เหลือนั้นก็ไม่บอกแล้วกัน”
เจียงหยวน “……”
เดิมทีเขาคออ่อนอยู่แล้ว แถมเป็นครั้งแรกที่มางานออฟไลน์แบบนี้ ไม่มีประสบการณ์มากพอ เลยเปิดช่องให้คนอื่นฉวยโอกาส
ทั้งสองคนมองหน้ากันเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง
เจียงหยวนเอ่ยขึ้นก่อน “หนิงถิงอวี้ ฉันบอกก่อนเลยนะ ฉันจะไม่รับผิดชอบนายหรอก”
“หือ?”
หนิงถิงอวี้เลิกคิ้ว แต่ก็ดูไม่แปลกใจ
“เด็ดขาดดีจัง”
เจียงหยวนพูดด้วยเสียงแหบ “เรื่องมากสิ เราก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ต้องรับผิดชอบอะไรกันสักหน่อย”
พูดพลาง เจียงหยวนดึงเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับตัวเอง หันหลังให้หนิงถิงอวี้
ต้นคอด้านหลังของเขาแดงเรื่อ มองเห็นรอยกัดได้ราง ๆ โคนขามีรอยฟันแดง ๆ อยู่หลายรอย ผู้ก่อเหตุนั้นไม่ต้องเดาเลย
หนิงถิงอวี้จ้องมองอยู่หลายวินาที แววตากลายเป็นคล้ำลึกไม่อาจคาดเดา
โดยที่มองไม่เห็นหน้าหนิงถิงอวี้ เจียงหยวนจึงพูดได้สบายใจขึ้นมาก “ยังไงเราก็เป็นผู้ใหญ่แล้วแล้วกัน นายก็ไม่ได้มาร์กถาวรฉันเสียหน่อย”
หนิงถิงอวี้กอดอก เอนกายพิงกำแพงอย่างเกียจคร้าน แล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะ “ฟังดูโหดร้ายจังนะ”
น้ำเสียงเนิบนาบ ฟังดูคล้ายผิดหวังเล็กน้อย
“บางทีคุณควรเปลี่ยนวิธีพูดนะ”
เจียงหยวนหันหน้ามา มองหางตา “วิธีพูดยังไง?”
หนิงถิงอวี้ยิ้ม เผยปลายฟันเล็กน้อย
“อย่างเช่น… คุณจะรับผิดชอบผมเอง เพียงแต่ไม่มีเหตุจำเป็นต้องรับผิดชอบ ฟังแบบนี้คนจะยอมรับได้ง่ายกว่า ไม่ค่อยรู้สึกผิดหวัง”
เจียงหยวนชะงักนิ่ง เชือกผูกเอวคล้องอยู่อย่างหลวม ๆ
เขามองสำรวจหน้าหนิงถิงอวี้อย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย มองยังไงก็เห็นแต่คำว่า ฉาวโฉ่
“นายเป็นคนจิตใจอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ใช่สิ”
หนิงถิงอวี้หยิบเสื้อคอเตสวมเข้าไป ปิดบังรอยข่วนจากเจียงหยวนบนแผ่นหลังที่น่าเกลียดเหลือทน แล้วจุดบุหรี่หนึ่งมวน
ควันค่อย ๆ ลอยกรุ่นขึ้น แนวสายตาของเจียงหยวนจับจ้องไปที่ใบหน้าหนิงถิงอวี้โดยไม่รู้ตัว แววตาของหนิงถิงอวี้ถูกปกคลุมด้วยขนตาหนาแน่นก่อเป็นเงามืด ดูคล้ายปุยนุ่น
หนิงถิงอวี้มองมาที่เขาอย่างไม่ยินดียินร้ายพลางสูบบุหรี่ “ก็เด็กกว่าไง โดนพี่ชายปฏิเสธก็เสียความมั่นใจน่าดูเลยนะ”
น้ำเสียงกึ่งจริงกึ่งเล่น เจียงหยวนจับอารมณ์ไม่ออกจริง ๆ
แต่หนิงถิงอวี้ก็เด็กกว่าเขาจริง เมื่อปีนี้อายุแค่ยี่สิบเอ็ด
เจียงหยวนครุ่นคิดแล้วพูดขึ้นมาอย่างตะขิดตะขวงใจ “ฉันจะรับผิดชอบนายเอง แต่——”
“ได้เลยจ๊ะ สามี”
ไม่ทันที่เจียงหยวนพูดจบ เสียงหัวเราะของหนิงถิงอวี้ก็ดังขึ้น ดวงตาภายใต้ขนตานั้นโค้งอย่างเจ้าเล่ห์ เหมือนสุนัขจิ้งจอกน้อย ๆ ที่สดใส “ผมรู้ว่าคุณคือโอเมก้าที่ดีและจะรับผิดชอบ”
เจียงหยวน “………”
พวกเล่นตำแหน่งมิดเลนมันจิตใจสกปรกจริง ๆ
“เอาล่ะ” หนิงถิงอวี้เก็บรอยยิ้ม
เสียงฟิ้วดังขึ้น ผ้าม่านถูกเปิดออกในทันที แสงสว่างสาดส่องไปทั่วทั้งห้อง
เจียงหยวนยกมือขึ้นปิดกั้นแสงแยงตาตามสัญชาตญาณ แล้วค่อย ๆ เคลียร์สติจนมองเห็นซองเปล่าสองสามซองหล่นกระจายอยู่บนพื้น
แถมเป็น XXL มีเกลียวด้วย…
เขาอดไม่ได้ที่โลหิตพุ่งขึ้นหน้า ภาพเหตุการณ์ร้อนแรงเมื่อคืนวาบขึ้นมาในหัว
มิน่าล่ะเอวถึงได้เจ็บขนาดนี้
“ล้อเล่นน่ะ ไม่ต้องมารับผิดชอบหรอก”
หนิงถิงอวี้สูบบุหรี่ไปได้ครึ่งมวนแล้วขยี้ทิ้งในถาดเขี่ยบุหรี่ น้ำเสียงจริงจังขึ้น “แค่แนะนำว่าคุณควรไปตรวจดูให้ดีก็พอ”
“เพราะยังไงก็เป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าเมื่อคืนคุณไม่มาเจอผม บางทีวันนี้ผมอาจจะไถดูคลิปโป๊ที่มีตัวละครหลักเป็นคุณ”
ฟังดูอาจหยาบคาย แต่มันก็คือความจริง
เจียงหยวนพยักหน้า รับคำอย่างอู้อี้ “ขอบคุณ”
หนิงถิงอวี้ยิ้มอีกครั้ง หางตาชักชวนให้หลงใหล “ถ้าอย่างนั้นผมขอรับคำขอบคุณของพี่ชายนะครับ คืนนี้มาที่ห้องไลฟ์ของผมแล้วยิงจรวดสักสองสามดอก ผมจะยิ่งขอบคุณพี่ชายมากเลย”
“……”
นี่คนเราใส่คำว่าพี่ชายเป็นแพ็กเกจได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?
เจียงหยวนเบือนสายตาหนี ไม่อยากสบตากับเขา “เดี๋ยวไปยิงให้นาย ถือซะว่าเป็นค่าห้องก็แล้วกัน”
“ได้เลยครับ เสี่ย”
หนิงถิงอวี้เต็มอกเต็มใจมาก ถึงขนาดลงท้ายเสียงเป็นคลื่น
ช่างฉาวฉานจริง… แววตาลากเลนจนเกือบจะละลาย ปรายมองมาที่เจียงหยวนอย่างไม่อำพราง
“นายยังมีธุระอะไรอีกไหม?” เจียงหยวนรู้สึกอึดอัดใจ จึงเงยหน้ามองเขา “ถ้าไม่มีก็ไปก่อนเถอะ เราสองคนเดินออกไปด้วยกันไม่ได้”
หนิงถิงอวี้พยักหน้า แล้วเก็บท่าทางทะลึ่งทะเล้นนั้นลง
ตอนกำลังจะเดินผ่านประตู จู่ ๆ ก็หันกลับมามองเจียงหยวน “พี่ชายแน่ใจนะครับว่าจะเดินเองไหว?”
สายตานั้นกวาดมองทั่วร่างของเจียงหยวน แล้วมาหยุดอยู่นานเป็นพิเศษตรงรอยแดงที่ยังหลงเหลืออยู่บนลำคอ ถึงขนาดแฝงความหลงใหล
“รีบไสหัวไป” เจียงหยวนหมดความอดทนแล้ว
หนิงถิงอวี้เพียงแค่หัวเราะ แล้วส่งจูบลอยตามมาอย่างอาวรณ์
“พี่ชายครับ ไว้พบกันใหม่เมื่อมีวาสนา”
สิ้นเสียงพูด ประตูห้องก็ปิดลงแล้ว
เสียงฝีเท้าหายเงียบสนิท เจียงหยวนจึงค่อย ๆ สวมเสื้อผ้าให้ตัวเองแล้วเดินไปที่หน้ากระจกในห้องน้ำ
ตั้งแต่คอถึงไหปลาร้าและหน้าอก แทบไม่มีที่ตรงไหนสะอาดเลย มีแต่รอยที่หนิงถิงอวี้ทำเอาไว้ เป็นสีเขียวคล้ำปนม่วง
เปลือกตาของเจียงหยวนกระตุก เขาอดไม่ได้ที่จะสบถเบา ๆ
นี่มันหมารึไง?
-
หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เจียงหยวนก็ขึ้นแท็กซี่
อวี๋โจวเป็นเมืองทางตอนใต้ทั่วไป
ถึงปลายเดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่พ้นเวลาที่มีน้ำค้างแข็งในตอนเช้า ก็จะพบกับแสงอาทิตย์เจิดจ้า สาดส่องมาก็อบอุ่นไปทั่วร่าง
เลี้ยวข้ามทางยกระดับไปหลายแห่ง รถจอดอยู่หน้าตึกใหญ่แห่งหนึ่ง
เจียงหยวนสแกนจ่ายค่าแท็กซี่ แล้วลงจากรถเดินตรงเข้าไปในตึก ขึ้นลิฟต์ไปอย่างชำนาญ
ซิงเฉิน มีเดีย คือบริษัทมีเดียชั้นนำของประเทศในปัจจุบัน กิ่งก้านการพัฒนาขององค์กรนั้นกว้างขวางมาก ตั้งแต่คลิปสั้นไปจนถึงละครและภาพยนตร์ ครอบคลุมกระทั่งไลฟ์สตรีมแทบทุกแขนง
เจียงหยวนเซ็นสัญญากับบริษัทเมื่อสองปีก่อน พัฒนามาถึงตอนนี้ก็กลายเป็นสตรีมเมอร์เบอร์หนึ่งของแพลตฟอร์มซื่อจื่อทีวีแล้ว
ลิฟต์หยุดที่ชั้นสิบสาม เจียงหยวนเดินเข้าไปในออฟฟิศ
“หือ? เสี่ยวหยวนทำไมวันนี้มาเช้าจัง”
เฉินปั๋วเหวินกำลังกินอาหารเช้าอยู่ พอเห็นเจียงหยวนมาก็รีบรินน้ำให้เขาหนึ่งแก้ว
เขาเป็นโอเปอเรชั่นที่ดูแลเจียงหยวน ตั้งแต่เซ็นสัญญาเมื่อสองปีก่อนก็คอยดูแลมาจนถึงตอนนี้ มองเห็นเจียงหยวนจากตอนที่มีแฟนคลับแค่หลักหน่วยมาเป็นล้านคน
“พี่เฉิน”
เจียงหยวนยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ น้ำเสียงแหบพร่าจนปิดไม่มิด
จากนั้น
เขาก็ดึงคอเสื้อลงแล้วโชว์รอยสตรอว์เบอร์รีหลายจุดโดยไม่ปิดบัง
“พรวด——!”
เฉินปั๋วเหวินถึงกับพุ่งน้ำเต้าหู้ออกมาเต็มปาก ดวงตาเบิกกว้างในทันที “เมื่อคืนนายไปทำอะไรมา? โทรมาไม่รับ ที่แท้ก็ไปใช้ค่ำคืนหวานชื่นกับอัลฟ่านี่เอง?!”
เจียงหยวนพูดอย่างหมดเรี่ยวแรง “ก็จริงที่ได้นอนกับอัลฟ่า เพียงแต่ไม่ใช่ในแผนที่ฉันตั้งใจ”
“ไม่อยู่ในแผน?”
เฉินปั๋วเหวินมักคิดจินตนาการกว้างไกล ตั้งแต่คู่นอนคืนเดียวไล่ไปถึงเพื่อนนอน ก่อนจะไปถึงนายทุนบังคับรักตามเส้นเรื่องผิดกฎหมาย
“ห หรือว่าถูกบังคับ?!”
“แจ้งความ!! ต้องแจ้งความ!”
เฉินปั๋วเหวินรีบคว้าโทรศัพท์ “เรื่องแบบนี้เด็ดขาดว่าต้องไม่ยอมทนนะ ถึงนายจะเป็นสตรีมเมอร์ก็ไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น…”
“นั่งลงก่อน”
เจียงหยวนแย่งโทรศัพท์ไป เขาขยี้ขมับอย่างหมดเรี่ยวแรง สีหน้าเหนื่อยล้า
“คงเป็นฝีมือของน้องชายตัวดีของฉันอีกแล้ว”
เฉินปั๋วเหวินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้ววางโทรศัพท์ลง “ฉันนึกว่าครอบครัวนายจะแค่กระแสน้ำวนใต้ผิวน้ำ ที่ไหนได้ตอนนี้กลายเป็นคลื่นยักษ์สึนามิแล้วเหรอ?”
“พ่อของนายมีสมบัติมากแค่ไหนกัน ถึงทำให้แม่เลี้ยงกับน้องชายนายมันบ้าคลั่งได้ขนาดนี้”
“อืม ประมาณเก้าหลักนิด ๆ น่ะ”
เฉินปั๋วเหวิน “……”
ถ้าอย่างนั้นก็คุ้มค่าอยู่
เจียงหยวนส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงตอบรับ แล้วกอดแก้วน้ำจิบไปช้า ๆ
ไม่กี่วินาที เฉินปั๋วเหวินก็เริ่มพูดไม่หยุด “ที่เขาทำแบบนี้เพื่ออะไร? จะให้นายถูกมาร์กถาวรแล้วขุดเรื่องให้ชื่อเสียงพัง?”
“นายก็ไม่ใช่ดาราชาย อีกอย่างนี่เป็นเรื่องผิดกฎหมายนะ…”
เจียงหยวนเลิกคิ้ว น้ำเสียงเกียจคร้าน
“ใครจะไปรู้ แต่ฉันไม่ได้เข้าไปในห้องที่เขาจัดไว้ เขาก็ไม่ได้สมหวัง”
เฉินปั๋วเหวินยกนิ้วให้ “เสี่ยวหยวนนายนี่มันสู้ตายจริง ๆ รอดพ้นปากเสือมาได้ คราวหน้าฉันรับรองจะจัดบอดี้การ์ดเพิ่มให้นายหลายคน ไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกเด็ดขาด”
“ว่าแต่ได้ป้องกันไหม? ไม่ได้มาร์กถาวรใช่ไหม?”
เจียงหยวนทำท่าผ่อนคลายแล้วส่ายหน้า
เฉินปั๋วเหวินถึงได้โล่งอก
ถึงแม้ในมือเขาจะดูแลสตรีมเมอร์อยู่หลายคน แต่เจียงหยวนเรียกได้ว่าเป็นเพียงคนเดียวที่เขาเฝ้าดูมาตั้งแต่เงียบงันจนเป็นที่รู้จัก
จะว่าเป็นลูกชายแท้ ๆ ก็คงได้
ถ้าถูกอัลฟ่าเถื่อนจากที่ไหนทำท้องขึ้นมาจริง ๆ เขาต้องเอาตะบองไปเปิดกบาลใครสักคนแน่
พอได้สติ เจียงหยวนกลับยิ้มหน้าตาพิลึกอย่างมีนัย แล้วมองเขาอย่างมีความหมาย
เฉินปั๋วเหวินพูดไม่ออก หนังหัวชา “อะไร? ส่ายหน้านี่หมายความว่าไม่ได้มาร์กถาวร หรือว่าไม่ได้ป้องกันแน่?”
เจียงหยวนหาวนอน แล้วหรี่ตามอง เอามือเท้าคางไว้
“ป้องกันแล้ว”
เฉินปั๋วเหวินเพิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอก เจียงหยวนก็พูดเสริมอีกว่า “แต่คนที่นอนกับฉันคือหนิงถิงอวี้”
เฉินปั๋วเหวิน “…………”