นางมิได้ส่งเสียง เพียงปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างเงียบงัน
ทว่าน้ำตากลับไม่เชื่อฟัง ไหลรินจากหางตาลงมา หยดลงบนแขนเสื้อของเขา
เจียงหลิงชวนสัมผัสได้ เขาชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนปลายนิ้วหยาบกร้านจะไล้ขึ้นมาบนใบหน้านาง แล้วพบว่าชุ่มไปด้วยน้ำตา
เขามิได้เอ่ยวาจา เพียงใช้ชายแขนเสื้อค่อย ๆ เช็ดให้นางทีละนิด ท่วงท่าทั้งเก้กังทั้งอ่อนโยน ราวกับกลัวว่าจะทำให้นางเจ็บ
ถังอวี้ปล่อยให้เขาเช็ดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยังลุกขึ้นนั่ง
มือนางคลำสะเปะสะปะไปยังเอวและหน้าท้องของเขา
เจียงหลิงชวนชะงักเล็กน้อย “เป็นอะไรหรือ?”
“ให้ข้าดูหน่อย”
เจียงหลิงชวนคว้ามือนางไว้โดยไม่รู้ตัว คิดจะห้าม ทว่านางเคลื่อนไหวเร็วกว่ามาก ปลายนิ้วเลิกชายเสื้อของเขาขึ้นไปแล้วส่วนหนึ่ง
แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่าง สาดลงบนเอวและหน้าท้องของเขา
รอยแผลเป็นน่าสยดสยองพาดอยู่ตรงนั้น เนื้อใหม่ที่เพิ่งสมานเป็นสีชมพูบาดตา ทว่าตรงขอบยังมีรอยช้ำสีแดงคล้ำอยู่ ราวกับตะขาบตัวหนึ่งเกาะแน่นอยู่บนร่างของเขา ทอดยาวจากใต้ชายโครงไปจนถึงสีข้าง
นั่นเป็นแผลจากดาบ ลึกและยาวนัก เพียงมองก็รู้ว่าในครานั้นเกือบพรากชีวิตเขาไป
น้ำตาของถังอวี้เอ่อล้นทะลักออกมา
“แผลลึกถึงเพียงนี้...เหตุใดจึงไม่ทายาให้ดี?”
