ถังอวี้หิ้วถังน้ำอุ่นสองถังที่เพิ่งไปเอามาจากห้องครัวอย่างยากลำบาก เดินเท้าเบา ๆ กลับมาถึงเรือนพักของบ่าวไพร่
เรือนพักของบ่าวไพร่ไม่ใหญ่โตนัก ภายในมีเตียงไม้ระแนงหนึ่งหลัง โต๊ะเครื่องแป้งสาก ๆ หนึ่งตัว และราววางอ่างล้างหน้าหนึ่งอัน
กลางห้องวางอ่างไม้อันหนึ่ง สูงถึงน่อง ยาวเท่าช่วงแขน
นางเทน้ำลงในอ่าง ไอร้อนอวลกรุ่นกระจายตัว
ถังอวี้ลงกลอนประตู ถอดอาภรณ์ออก แล้วนั่งยอง ๆ ลงในอ่างไม้
สัมผัสอบอุ่นน่าสบายพาให้นางถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย
ผ้าป่านเนื้อละเอียดที่บิดหมาด ๆ วางพาดบนใบหน้า ถังอวี้เริ่มจัดระเบียบความคิด
นางอายุยี่สิบสี่ หลังจากถูกเลิกจ้างในช่วงทดลองงานอีกครั้ง ก็นอนหลับอยู่ในห้องเช่าวันยังค่ำหลายวัน
พอลืมตาขึ้นมาก็กลายเป็นอวี้เอ๋อ สาวใช้ในจวนเจี้ยนอันโหว
เพิ่งถูกเลือกให้เป็นสาวใช้ในเรือนของบุตรชายคนรองของสกุลได้ไม่นาน
ดึงผ้าป่านบนหน้าลงมา ถังอวี้มองไปยังเพดานมืดทึบของเรือนน้อยนี้
เรือนแถวหลังในเรือนของท่านชายรองสำหรับนางบ่าวนั้น ใหญ่ราวแปดตารางเมตร กลับกว้างกว่าห้องเช่าที่กั้นเป็นสัดส่วนของนางเสียอีก
นี่ก็ถือว่ามีที่พักพิงกายแล้วกระมัง?
แม้จะเป็นเพียงสาวใช้ แต่อย่างไรนางก็มีงานทำแล้วนี่นา!
นางหยิบก้อนเมล็ดส้มป่อยสีกากีขึ้นมา ขยี้จนเกิดฟองละเอียดฝาดมือในฝ่ามือ แล้วลูบฟองลงบนผ้าป่าน
ก้มหน้าก้มตาถูหน้าอก เงาสะท้อนบนผิวน้ำปรากฏร่างคน
ร่างกายนี้กับรูปลักษณ์เดิมของนางเหมือนกันทุกประการ
ใบหน้าเรียวรูปไข่ ตาหงส์ ผิวขาว เนื้อตัวอวบอิ่มอยู่บ้าง
อวบอิ่มตรงไหนบ้างน่ะรึ?
ก็ไม่พ้นหน้าอก ต้นขา และสะโพก
เทียบกันแล้ว นางในยุคโบราณผมยาวกว่า และไม่สายตาสั้น
น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือนางสามารถรำลึกความทรงจำของอวี้เอ๋อขึ้นมาได้ง่ายดาย
ทุกยิ้ม ทุกการกระทำ ล้วนเป็นสิ่งที่ตัวนางทำได้
ราวกับตัวนางเองเป็นอวี้เอ๋อมาแต่แรก บัดนี้เพียงแค่วิญญาณครบสมบูรณ์เท่านั้น
ถังอวี้เริ่มชำระล้างท้องและท่อนล่าง
ร่างกายนี้อายุเท่ากับนางคือยี่สิบสี่ปี
ว่ากันว่าอายุยี่สิบสี่ในยุคโบราณ น่าจะมีบุตรสองคนแล้ว ทว่าตัวเดิมยังไม่ได้ออกเรือน
สาเหตุคือยุคสมัยที่นางอยู่เพิ่งสงบศึก ราชสำนักเพิ่งตั้งหลักได้ การแต่งงานมีบุตรจึงถูกหน่วงเหนี่ยว
ชาวบ้านภายนอก แต่งงานตอนอายุยี่สิบสามยี่สิบสี่ปีมีถมเถ
แต่ถึงกระนั้น สาวแก่กายใหญ่ร่างกำยำเช่นนาง ไม่มีทางได้เป็นสาวใช้ในเรือนของบุตรชายคนรองเชื้อสายเอกในจวนโหว
ที่นางได้มาซึ่ง “ความมั่นคง” นี้ ล้วนอาศัยมารดาของนางที่ชื่อรุ่ยกู
มารดารุ่ยกูเคยเป็นสาวใช้ที่ภักดีที่สุดของฮูหยินผู้เฒ่า ยอมสละชีวิตช่วยนาย ก่อนสิ้นใจได้อ้อนวอนขอ “พระเดชพระคุณ” นี้ไว้ คือส่งบุตรสาวไปยังเรือนของหลานชายสายตรง
ช่างเป็นพระเดชพระคุณที่ยิ่งใหญ่นัก
ถังอวี้กระตุกมุมปาก
ฟอกตัวล้างน้ำแล้ว นางเช็ดตัวจนแห้ง เปลี่ยนเป็นอาภรณ์นอนสะอาด
จัดแจงทุกอย่างเสร็จสรรพ จึงเป่าตะเกียงน้ำมันเล็กดวงเท่าเมล็ดถั่วให้ดับ นอนลงบนเตียง
การอาบน้ำเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ความสบายหลังอาบน้ำนั้นสัมผัสได้จริง
ในฐานะคนยุคใหม่ก็ทนไม่ได้ที่จะไม่ชำระกายแปดเก้าวัน
ดังนั้น แม้จะมาอยู่ยุคโบราณ นางก็ยังคงรักษาความถี่สามวันอาบครั้งหนึ่ง
ต่อให้ถูกยายเตาไฟด่าว่า “ใยไม่อุ่นน้ำบนเตาให้ร้อนแล้วราดตัวเสีย” นางก็ไม่ยอมลดละ
ศีรษะยุบลงในหมอนที่ยัดไส้ด้วยเมล็ดบัควีท เกิดเสียงกรอบแกรบแผ่วเบา กลิ่นสมุนไพรแห้งที่ตากแดดจนหอมกรุ่นคละคลุ้งรอบปลายจมูก
ดมกลิ่นสมุนไพรกายยังมีไอน้ำที่ยังไม่ระเหยหมด ถังอวี้ผ่อนคลายอย่างสิ้นเชิง
นางขดตัว ดึงผ้าห่มบางขึ้นคลุม ความอ่อนล้าโถมทับดั่งคลื่น หนังตาค่อย ๆ ถ่วงหนัก...
ทันทีที่สติกำลังจะจมลงสู่ความมืด เสียงฝีเท้าถี่กระชั้นดังมาจากไกลใกล้เข้ามา
ตามติดด้วยเสียงเคาะประตูก๊อก ๆ:
“อวี้เอ๋อ! อวี้เอ๋อ! รีบตื่นเดี๋ยวนี้!”
ถังอวี้ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
ด้านนอกประตูฟังว่าไร้ความเคลื่อนไหว น้ำเสียงเริ่มร้อนรน:
“อีซัวต้าเจี่ย! ตื่นเถิด! ท่านชายรองกลับมาแล้ว บอกว่าจะอาบน้ำ เจ้ารีบจัดน้ำร้อนส่งเข้าไปเร็วเข้า!”
“รู้แล้ว!”
ถังอวี้พลิกกายลุกนั่ง คลำหาเสื้อผ้าเย็นเฉียบริมเตียง
นางรวบรวมพลัง สวมใส่ทีละชิ้นด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
ท่านชายรอง เจียงหลิงชวน ก็คือกึ่งนายใหญ่ในจวนนี้ เป็นบุรุษของนางแค่ในนาม
ยังไม่แต่งงาน ไม่มีสตรี สาวใช้ในเรือนอย่างนางอยู่มายาวนานก็เหมือนของตั้งโชว์
สำหรับท่านชายรองผู้นี้ นางเคยเห็นแต่ในความทรงจำของอวี้เอ๋อ
ในความทรงจำจำได้เพียงว่า ท่านชายรองผู้นี้เป็นคนเย็นชาไร้น้ำใจ
นางสวมเสื้อผ้าเสร็จ แล้วผลัวะเปิดประตูออกมา
เสี่ยวเยียน สาวใช้เฝ้าประตู เบิกตากว้างจ้องมองนาง
ถังอวี้ก็เบิกตาเช่นกัน ตวาดว่า: “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
เสี่ยวเยียนเบะปาก ไม่เต็มใจเอ่ยว่า:
“วันนี้พี่เทียนเซียงกลับบ้านไปแล้ว ข้างกายท่านชายรองไม่มีใคร เจ้ายังรีบไปตักน้ำปรนนิบัติเถิด ไม่อย่างนั้นท่านป้าอันโกรธเข้า พวกข้าสองคนไม่ได้ดีกันทั้งคู่!”
ถามอย่างหนึ่งตอบอย่างหนึ่ง
ตั้งแต่รุ่ยกูตายจาก อวี้เอ๋อที่เดิมทีก็ซื่อสัตย์ว่าง่ายยิ่งถูกกลั่นแกล้ง แม้แต่สาวใช้น้อยเฝ้าประตูยังกล้ามาตวาดนาง
อวี้เอ๋อร่างสูงใหญ่ อายุมาก จึงถูกตั้งฉายาเยาะเย้ยว่าอีซัวต้าเจี่ย
เสี่ยวเยียนฮึดฮัดแล้วหมุนตัวเดินจากไป
ถังอวี้ก้าวตามไปสองก้าว เตะก้นนางไปทีหนึ่ง
พอเสี่ยวเยียนหมุนตัวกลับมาด้วยความไม่พอใจ ถังอวี้ก็เขยื้อนเข้าเตาไฟไปแล้ว
ยายเฒ่าเผาฟืนเข้านอนไปนานแล้ว ทว่าน้ำบนเตายังอุ่นอยู่
จะว่าอาบน้ำ ก็ต้องเผาให้ร้อนขึ้นอีก
นางเงียบงันก่อไฟ ใส่ฟืน
อวี้เอ๋อแม้ในนามจะเป็นสาวใช้ในเรือนของท่านชายรอง แต่ตามปกติกลับเป็นสาวใช้อีกคน เทียนเซียง คอยติดตามปรนนิบัติใกล้ชิด
หากไม่ใช่เพราะมารดาของเทียนเซียงล้มป่วยในช่วงไม่กี่วันนี้ การปรนนิบัติใกล้ชิดเช่นนี้ยังตกไม่ถึงนาง
แต่ยามนี้ นางกลับอยากให้เทียนเซียงมางแย่งงานของนางเสียมากกว่า
น้ำร้อนเตรียมพร้อม สาวใช้ทำงานหยาบสองคนเข้ามาตักน้ำหาบน้ำ
ส่วนถังอวี้ไปจัดการขั้นสุดท้ายที่ห้องอาบน้ำ
นางวางผ้าขนหนูเนื้อฝ้ายละเอียดบนราวข้างถังอาบน้ำ จัดถั่วอาบและก้อนบุหงาแบบโปรดของนายวางบนราวล้างหน้าที่หยิบใช้สะดวก สุดท้ายตรวจดูอาภรณ์นอนที่พับเรียบร้อยสะอาดอีกครั้ง
ทั้งหมดนี้ นางทำอย่างชำนาญ ความทรงจำของอวี้เอ๋อได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับนางแล้ว
ภายในห้องจุดเพียงตะเกียงแสงสลัวหนึ่งดวง
ไร้สุ้มเสียง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามา บดบังแสงไปเกือบครึ่ง
ถังอวี้หางตามองคนเข้ามา หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
บุรุษมิได้เงยหน้ามองนาง แต่อำนาจกดดันที่มองไม่เห็นกลับอบอวลทั่วทั้งห้อง
เขาสวมอาภรณ์ลายหมวกเหินสีดำสนิท ช่วงไหล่และแผ่นหลังกว้างตรงมั่นคง เอวคอดกระชับ ได้ชื่อว่า “เอวต่อสะเอว ลำหลังวานร”
แขนรัดด้วยสนับมือหนังสีดำ นิ้วมือเรียวยาวชัดเจนวางอยู่บนด้ามมีดตามสบาย ยิ่งขับให้แนวกล้ามเนื้อดูคมชัดและทรงพลัง
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าครั่นคร้ามของบุรุษ ถังอวี้กลืนน้ำลายลงคอ
นี่คือท่านชายรองของจวนหรือ...
ได้ยินว่าอายุเพียงสิบแปดปี
ในยุคใหม่ สิบแปดปียังเป็นบัณฑิตหนุ่มสดใสไร้เดียงสา
ในยุคโบราณ ผู้นี้กลับเป็นท่านชายที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้แล้ว
บุรุษหมุนกายกลับ
แสงตะเกียงส่องโครงหน้าด้านข้างของเขา
ถังอวี้เพิ่งได้เห็นรูปโฉมของเขาชัดเจนเป็นครั้งแรก คิ้วกระบี่เข้มขมวดแน่น สันจมูกสูงตรง ใต้ตาคล้ำเขียว ริมฝีปากไร้เลือดฝาด เม้มแน่นเป็นเส้นแข็งกระด้าง
ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย สีหน้าเผยความอ่อนล้ายิ่งนัก
เวลาทำงานขององครักษ์เสื้อแพรไม่ได้แน่นอน สิบกว่าวันไม่กลับบ้าน พักผ่อนไม่เพียงพอก็มีบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
ถังอวี้ชำเลืองมองใบหน้าของบุรุษ แล้วเก็บสายตากลับ
ดี ดี ดี บัณฑิตหนุ่มใหญ่วัยสิบแปดที่อดนอน ไตพร่อง
บุรุษมิได้สนใจนาง
สาวใช้คนหนึ่งในสายตาเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องเรือนในห้อง
เขาตรงไปหลังฉากกั้น เริ่มสีหน้าเรียบเฉยถอดอาภรณ์บนร่างออก...