แค่คิดว่าอาจเป็นไอ้พวกหัวแดงกร้านโลกที่เมิ่งชวนพูดถึง สีหน้าของเมิ่งหวยจินก็ดำทะมึนยิ่งกว่าฟ้ามืดยามค่ำคืนเสียอีก
"ไม่สนใจ" น้ำเสียงเด็ดขาด เย็นเยียบไร้ไออุ่น
เห็นว่าเธอตื่นแล้ว ชายหนุ่มก็อุ้มเธอวางลงบนเตียงตรง ๆ กิริยาห้วนกว่าตอนเธอหลับมากโข
ชูหว่านใช้มือยันกายไว้ข้างหนึ่ง ถ้อยคำนับพันหมื่นล้วนติดค้างอยู่ในลำคอ
เมิ่งหวยจินไม่ได้เดินจากไป กลับเลื่อนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งลงอย่างเอื่อยเฉื่อย มองเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "ชูหว่าน เรามาคุยกัน"
เด็กสาวนั่งกอดเข่าบนเตียง มองขายาวทั้งสองข้างของเขาที่แทบยื่นมาถึงขอบเตียงตน ใจล่องลอยอยู่ครู่หนึ่ง "วันนี้เป็นความผิดของฉันเอง ไม่ควรไปสูบบุหรี่กับดื่มเหล้าบนดาดฟ้า"
"ไม้ตายนี้ใช้ไม่ได้ผลกับผมอีกแล้ว"
"......" ก็ได้
ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "บุหรี่สูบอร่อยไหม"
ชูหว่านนึกถึงความรู้สึกตอนสูดควันแรกเข้าไป รสเผ็ดปร่าพุ่งเข้าใส่ทางเดินหายใจ จนสำลักไอเสียลั่นปฐพี น้ำตาไหลพราก
"ไม่อร่อย" เธอส่ายหน้าตอบ
"บุหรี่มาจากไหน"
"......หยิบมาจากซองบุหรี่ของคุณนั่นแหละ"
ช่างพลิกความเข้าใจเสียจริง เมิ่งหวยจินจ้องหน้าเธอเขม็ง "แล้วเหล้ามาจากไหน"
"เบียร์ที่ซื้อจากร้านโชวห่วย ขวดเดียวเอง"
"ดื่มสะใจหรือยัง"
จะตอบว่าสะใจก็ไม่ใช่ ยังไม่สะใจก็ไม่ได้ ชูหว่านจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบ
เมิ่งหวยจินเอ่ยต่อ "ชูหว่าน ผมเลี้ยงดูคุณอย่างกับเจ้าหญิง ไม่ใช่เพื่อให้คุณมาทำร้ายตัวเองเพื่อผู้ชายกระจอก ๆ พวกนั้น"
เด็กสาวเบะปากป้องตัวเองเสียงเบา "ไม่กระจอกสักหน่อย เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก"
"ยอดเยี่ยมถึงขนาดที่ต่อให้เขาไปนอนกับคนอื่น คุณยังจะพูดแทนเขา เฝ้าแต่คิดถึงเขาไม่รู้ลืม ถึงขั้นยอมเถียงกับผมงั้นรึ"
"........."
พอพูดเรื่องนี้ แววตาใสซื่อในดวงตาชูหว่านก็มลายสิ้น ถึงกับลุกโชนไปด้วยประกายไฟ
เธอทิ้งตัวลงบนเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมโปง "เรื่องนี้ฉันจะสืบให้รู้ความจริง อาจไม่ได้นอนด้วยกันก็ได้"