จืออิ๋งป่วยจริง ๆ ร่างกายมีไข้อ่อน ๆ กว่าจะหายไข้ก็ยามพลบค่ำ
ยามนางหลับใหลสะลึมสะลือ ก็รู้สึกว่ามีคนลูบไล้ นางฝืนลืมตาขึ้น แล้วก็เห็นท่านกั๋วกงฟุบอยู่บนอกของนาง กำลังทำเรื่องตามอำเภอใจ
น้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ็บปวดหรือสุขสม
“อย่าเลยเจ้าค่ะ บ่าวเจ็บเหลือเกิน”
“หึ เจ็บหรือ? เจ้าไม่อยากตั้งครรภ์ลูกของข้าโดยเร็วหรือ?”
ท่านกั๋วกงไม่คิดว่าเพียงเข้าเฝ้าในวังครั้งหนึ่ง พอกลับมาก็พบว่าจวนครึกครื้นถึงเพียงนี้ ล้วนเป็นเพราะสาวใช้ตัวน้อยคนนี้ก่อเรื่อง
ท่านกั๋วกงรู้สึกว่าก่อนหน้านี้ตนมองนางผิดไป จืออิ๋งผู้นี้มิได้ซื่อสัตย์เรียบร้อยเลยแม้แต่น้อย
นางยังแอบบอกเป็นนัยกับฮูหยินผู้เฒ่าว่าตนตั้งครรภ์ได้ทันที ทำให้เขาถูกมารดาเรียกไปกำชับเสียยกใหญ่ คำพูดนั้นฟังราวกับจืออิ๋งตั้งครรภ์แล้วตั้งแต่เมื่อวาน รอเพียงสิบเดือนให้คลอดเท่านั้น
ลู่ฉู่ซานกัดใบหูจืออิ๋ง มือคลึงหน้าท้องนาง “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกระตือรือร้นถึงเพียงนี้ เพิ่งปีนขึ้นเตียงก็คิดจะมีลูกให้ข้าแล้ว เช่นนั้นข้าคงต้องพยายามให้มากขึ้น เพิ่มโอกาสที่เจ้าจะตั้งครรภ์”
กล่าวจบก็ไม่สนใจเสียงขัดขืนของจืออิ๋ง เห็นนางตื่นแล้วก็เริ่มแผนการมีบุตรรอบใหม่ทันที
จืออิ๋งน้อยใจจนหยาดน้ำตาร่วงเผาะ ท่านกั๋วกงพูดจาร้ายกาจเกินไปแล้ว เรื่องปีนขึ้นเตียงอยากมีลูกให้เขา นางไม่เคยพูดเช่นนั้นเสียหน่อย
บุรุษผู้นี้เพียงอยากทำเรื่องนั้น ทั้งยังร้ายกาจนัก เมื่อวานยังเรียบร้อยอยู่แท้ ๆ วันนี้กลับรู้แจ้งขึ้นมาเอง ทดลองท่วงท่าหลายแบบโดยไร้ผู้ชี้แนะ อ้างว่าจะทำให้จืออิ๋งตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น
จืออิ๋งถูกทรมานจนเหงื่อท่วมกาย พอวุ่นวายอยู่พักหนึ่งกลับรู้สึกว่าอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้ง
