“จืออิ๋ง เรื่องวันนี้เจ้าเจตนาทำใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าซักถามเสียงเข้ม
ร่างของจืออิ๋งสั่นสะท้าน รู้สึกราวกับลำคอแข็งค้าง นางไม่กล้าส่ายหน้าและไม่กล้าพยักหน้า
เมื่อเห็นนางหวาดกลัวถึงเพียงนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงลดเสียงอ่อนโยนลงแล้วถามซ้ำ “เจ้าไม่ต้องกังวล ครอบครัวของเจ้ากับตัวเจ้าจะปลอดภัยดี ขอเพียงตอบตามตรงก็พอ”
จืออิ๋งกำหมัดแน่น ฮูหยินผู้เฒ่าคงหมดความอดทนแล้ว จึงเริ่มข่มขู่นาง
นางคอยรับใช้ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ทุกวัน ย่อมรู้จักอุปนิสัยของอีกฝ่ายดี จึงตัดสินใจตอบตามความจริง “เจ้าค่ะ บ่าวจงใจทำเช่นนั้น”
“โง่เขลา! ช่างโง่เขลานัก! หรือข้าดีกับเจ้ายังไม่พอ? หากเจ้ามีความเห็นใดก็พูดกับข้าตรง ๆ เหตุใดต้องก่อเรื่องจนกลายเป็นเช่นนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่คิดเลยว่าแม้แต่จืออิ๋งซึ่งดูซื่อสัตย์และเรียบร้อยก็ยังเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม
ลู่ฉู่ซานกลับเป่าชาที่เพิ่งชงเสร็จอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจิบไปสองอึก วันนี้ชาถ้วยนี้กลับมีรสหวานอยู่จาง ๆ
หลังได้ฟังคำตอบของจืออิ๋ง มุมปากของลู่ฉู่ซานก็ยกค้างไม่ยอมลดลง
สาวใช้นางนี้อายุยังน้อย แต่สายตากลับเฉียบแหลม ก่อนหน้านี้ที่ไม่กล้ามองเขา คงเป็นเพราะเขินอาย
เกรงว่านางคงหมายปองเขามานานแล้ว เพียงแต่เขินจนไม่กล้าพูดออกมา
ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบมองลู่ฉู่ซานที่ลอบยินดีอย่างหมั่นไส้ อายุปูนนี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็ก
จืออิ๋งเอาแต่ก้มหน้ายอมรับผิด ไม่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะกล่าวว่านางทำผิดเรื่องใด นางก็รับทั้งสิ้น
ถูกดุด่ายังดีกว่าถูกคนจับกดจนขาดใจตาย
“ท่านแม่ ในเมื่อนางยอมรับผิดแล้ว เช่นนั้นให้ลูกลงโทษนางเองเถิด อย่างไรเสียท่านก็ยกนางให้ลูกแล้ว”
