“ซื่อจื่อเฟย คุณหนูจืออิ๋งมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
หูซื่อได้ยินสาวใช้ข้างกายเอ่ยจึงหันกลับไปพินิจจืออิ๋ง สีหน้าของนางช่างย่ำแย่นัก ดูท่าจืออิ๋งคงใช้ชีวิตในเรือนหลักได้ไม่ดีเอาเสียเลย
นางใช้ชีวิตไม่ดี ซื่อจื่อเฟยย่อมรู้สึกสบายใจขึ้น
จืออิ๋งยังคงเหมือนครั้งก่อน ดูเหม่อลอยราวกับตุ๊กตาไม้
“นั่งเถิด ข้าเพียงเรียกเจ้ามาพูดคุย ไม่ต้องประหม่า”
ซื่อจื่อเฟยเอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยน เก็บความไม่พอใจเมื่อครู่ซ่อนไว้จนมิด ผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวย่อมคิดว่านางเป็นสตรีอ่อนโยนใจดี
ชาติก่อนจืออิ๋งถูกเปลือกนอกเช่นนี้ของนางหลอกเข้าให้
นึกไม่ถึงว่าซื่อจื่อเฟยกับซื่อจื่อจะเกลียดชังนางจนแทบอยากให้ตาย
เพียงนึกถึงตอนที่ตนตั้งครรภ์แก่แล้วยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนเดียวกับพวกเขาตลอดปีหนึ่ง จืออิ๋งก็ขนลุกซู่
ยามที่นางซาบซึ้งว่าซื่อจื่อกับซื่อจื่อเฟยปฏิบัติต่อนางดีเพียงใด และครุ่นคิดว่าจะตอบแทนความปรารถนาดีของทั้งสองอย่างไร พวกเขากลับปิดประตูหารือกันในห้องว่าจะกำจัดนางและแย่งชิงลูกไปอย่างไรให้ดูสมเหตุสมผล
เพียงนึกถึงลูก เสียงร้องไห้ปานใจสลายพลันดังก้องขึ้นข้างหูจืออิ๋ง
ลูกผู้น่าสงสารของนางเพิ่งลืมตาดูโลกก็ไร้มารดา อีกทั้งนางยังไม่ทันได้เห็นด้วยซ้ำว่าลูกที่ตนคลอดออกมามีหน้าตาเช่นไร
ใบหน้าจืออิ๋งขาวซีดจนซื่อจื่อเฟยรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง
ร่างกายของจืออิ๋งดูอ่อนแอ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก นางคงยากจะแก้ตัวได้จริง ๆ
“เจ้าไม่สบายหรือ? ดื่มชาสักคำก่อน จะได้ผ่อนคลาย”
ซื่อจื่อเฟยเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล
