[เหี้ย? เหี้ย เหี้ย เหี้ย!]
[พลิกกลับสุดขั้ว สุดยอด]
[โคตรเท่เลย! โคตรเท่เลย!]
[แม่จ๋า หนูเจอสามีในห้องสังเกตการณ์ร้อยคนเล็กๆ นี่แล้ว นี่มันระดับสามีเลยนะ?]
[อย่าเพิ่งเสร็จก่อนได้ไหม... เขาไม่มีพลังฝึกปรือเลย ลูกหน้าไม้ก็แค่โชคดีครั้งเดียว จะแม่นทุกครั้งได้ไง?]
[พวกหื่นกามก็ไปหาห้องไลฟ์ที่มันถูกๆ หน่อย เรียกสามีใส่ตัวประกอบกระจอกๆ แบบนี้มันใช่เรื่องแล้ว]
[666 หาเรื่องตายขนาดนี้ไปมีเรื่องกับกลุ่มพระเอก ฉันไม่รู้หรอกว่าจุดจบจะเละขนาดไหน]
ทะเลาะก็ทะเลาะ ด่าก็ด่า แต่คนในห้องสังเกตการณ์ก็ปากบอกไม่เอาแต่ตัวเพิ่มพรวดๆ อย่างไม่ลังเล
【แจ้งเตือน: ห้องสังเกตการณ์ของท่านมียอดผู้ชมถึง 1,000 ครั้งแล้ว ขอแสดงความยินดีที่ท่านบรรลุเป้าหมายผู้ชมพันคน~ เงินรางวัลได้ถูกเก็บเข้าสู่ยอดค่าพลังฝึกปรือแล้ว โฮสต์โปรดมีส่วนร่วมในการสร้างบทบาทในเนื้อเรื่องด้วยนะ~】
แววตาของเวินฝูไม่เหลือความดูแคลนอีกต่อไป เขากัดฟันชักกระบี่ออกมาเล่มหนึ่ง
"ศิษย์พี่เวิน" ซูปั๋วอวี้ยื่นมือออกไป ขวางอีกฝ่ายไว้แบบไม่เต็มแรงนัก "การประลองในสำนัก ไม่สมควรใช้กระบี่..."
ซ่งหลิงเยว่ดึงตัวเขาไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ: "ปั๋วอวี้ เจ้าอย่าใจอ่อนเลย หึ ชายคนนี้มันกล้าใช้ไม้ตายสกปรก! ต้องให้ศิษย์น้องเวินจัดการมันให้สาสม!"
เวินฝูก็ตอบว่า: "ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจิตใจดีมาโดยตลอด แต่ไม่รู้ว่าบางคนมันชอบได้คืบจะเอาศอก อย่าห้ามข้าเลย วันนี้เรื่องทั้งหมด ข้าจะรับผลไว้แต่เพียงผู้เดียว"
แววตาของซูปั๋วอวี้ฉายแววซาบซึ้ง: "ศิษย์พี่เวิน..."
ไร้สาระน่า ใกล้จะถึงการคัดเลือกสำนักใหญ่แล้ว เวินฝูเป็นรากวิญญาณสายฟ้าที่ระดับหลอมปราณ และเป็นศิษย์ที่มีหวังเข้าสำนักจื่อเซียวมากที่สุด ต่อให้วันนี้จัดการศิษย์พี่ที่ฝึกปรือมาสามปีแต่ไม่ก้าวหน้าจนพิการ ก็แค่ถูกตักเตือนสักสองสามคำ ใครมันจะไปหาเรื่องเขาจริงๆ กัน?
เซี่ยเว่ยซิ่งหัวเราะเย็น
ระบบอัตราการสอบเข้ามหาวิทยาลัยบ้าบอนี่
ยังไม่ทันด่าในใจให้จบ ฝั่งตรงข้ามเวินฝูก็พุ่งเข้าใส่ แม้จะเป็นเพียงกระบี่ธรรมดาที่ไม่มีจิตวิญญาณกระบี่ แต่เพราะมีพลังวิญญาณจากผู้ใช้ จึงให้ความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง
เซี่ยเว่ยซิ่งมีเงาซ้อนรอบตัว หลบหลีกได้อย่างสบายๆ แล้วยิงลูกหน้าไม้ออกไป
เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ
มาเลย มาแข่งแม่นกับเซี่ยเสี่ยวของคุณสิ
"อ๊ะ!"
ครั้งนี้เป็นที่แขน
[ยิงสองเข้าสอง ใช้ลูกหน้าไม้เก่าๆ นั่นแม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่คนหรือ?]
[ความแม่นขนาดนี้ ก่อนเข้านิยายทำอาชีพอะไรมา? ฉันสงสัยจริงๆ]
[สะใจละ พวกปากเสียที่เมื่อกี้บอกว่าโชคดี เอ้า ดังต่อ ดังสิ]
[นี่มันปกป้องแล้วเหรอ?]
[ไม่เห็นหรือไงว่าเขายั้งมือไว้ ถ้าเล็งไปที่ตาหรือขมับ เดาว่าเวินฝูจะยังยืนอยู่ได้ไหม]
[ดันปล่อยให้มันหล่อได้อีก ไม่ถูกใจเลย]
[วงการตัวประกอบของเรามีดาราดังของตัวเอง]
เวินฝูเกือบจะยืนไม่ตรงเพราะความเจ็บปวด ตกตะลึงมองดาบที่ฟันไปโดนแต่อากาศ
เซี่ยเว่ยซิ่งนั่งยองๆ บนกำแพง ท่าทางสวะๆ เช่นนี้เขาก็ยังทำให้ดูเท่ระเบิดระเบ้อ ผมยาวรวบสูง มัดหางม้าตกไปด้านหนึ่ง
เขายกมือขึ้นสะบัดไปข้างหลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยแผ่วเบา โคตรยั่วเลย เสียงใสดังลอยมา: "ไอ้โง่เอ๊ย พ่อมาแล้ว"
เวินฝูโกรธพุ่งพล่านออกมาจากใจ ไม่สนแล้วว่าตอนนี้อยู่ในสำนักชิงอวี่หรือไม่ ยกมือใช้พลังวิญญาณ สายฟ้าขนาดมหึมาก่อตัวอยู่กลางอากาศ
ท่าทางอลังการเกินไป คนที่กำลังร่วมพิธีอธิษฐานต่างก็เบนความสนใจมามอง
"อะไรกัน? ในเขตศิษย์ถึงกับมีเรื่องใหญ่โตได้"
"นั่นมันเวินฝูนี่นา ใช้พลังวิญญาณมากขนาดนี้ อีกทั้งยังเป็นสายฟ้า ในสำนักชิงอวี่ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว"
"ศิษย์พี่เวินสู้กับใครกัน ใกล้การคัดเลือกสำนักใหญ่แล้ว ในสำนักห้ามต่อสู้กัน ไหนจะยัง..."
บนอัฒจรรย์ชมพิธี
เด็กหนุ่มถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์อึกทึก ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น
เขาอยู่ในชุดสีขาวนวลดุจแสงจันทร์ ปกคลุมทั่วด้วยลวดลายมังกรเส้นไหม ท่วงท่างามสง่า บนตัวนอกจากหยกขาวเนียนหนึ่งชิ้น ก็ไม่มีเครื่องประดับอื่นอีก
ผู้อาวุโสสำนักชิงอวี่ดูเคารพยำเกรงเด็กหนุ่มที่ดูอ่อนวัยกว่าตนอย่างเห็นได้ชัด
"นี่ นี่มันทำให้ท่านหัวเราะจริงๆ..."
เขายกมือขึ้น ไม่ได้ต้องการเสแสร้ง สีหน้าสงบนิ่ง: "ไปดูหน่อย"
กลับมาที่ฝั่งเซี่ยเว่ยซิ่ง เวินฝูเห็นได้ชัดว่าคิดจะเอาชีวิตเขา
สายฟ้าผืนมหึมาก่อตัวกลางอากาศ เสียงก็องก้องสะเทือนฟ้า ตามด้วยพลังวิญญาณสีม่วงปนประกายแวววาว ทุ่มลงมาอย่างไม่ยั้ง
ถ้าตกใส่ตัวคน ไม่ตายก็ปางตาย
[จุดธูปเทียนเถอะ เตรียมตายใหม่อีกครั้ง]
[เจ๋งนะ ให้หมอนี่มันชอบหล่อหนักหนา คราวนี้ซวยจริงๆ แล้ว]
[ลูกหน้าไม้มันสู้ได้สักแค่ไหนเชียว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะยิงแม่นทุกลูก]
[เก่งจริงขนาดนี้สองลูกแรกทำไมไม่ยิงใส่หัวตรงๆ ก็แค่พึ่งโชคน่ะสิ]
[ระลอกนี้ถ้ารอดได้จริงข้าจะยอมรับ]
บ้างก็เสียดสี บ้างก็ต่อว่า แต่เกือบทุกคนก็เสียวสันหลังให้เขา
ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากสายฟ้าสีม่วง โลกทั้งใบเหมือนถูกอาบด้วยสีม่วง
ทันใดนั้น—
แสงเย็นวาบหนึ่งพุ่งมาก่อน!
หนุ่มน้อยในชุดรัดรูปเชิดมุมปากขึ้นบางๆ ด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจเต็มเปี่ยม นัยน์ตาเยือกเย็นเฉียบขาด ลูกหน้าไม้ในมือพุ่งทะลุอากาศออกไป เฉียดแสงสายฟ้า พุ่งตรงไปที่หน้าผากของเวินฝูด้วยความแม่นยำ
ลูกศรนี้ เขาเอาชีวิตเวินฝูแน่
[เหี้ย]
[นี่มันเริดเกิน]
[ศิษย์พี่ใหญ่ประจำสำนัก ท่วงท่าสีหน้าแบบนี้ ไม่รู้ใครจะอดใจไม่เรียกสามีไหว]
[นี่มันเป็นแค่ห้องสังเกตการณ์เล็กๆ ที่มีแค่พันคนจริงเหรอ? รีบๆ ดันขึ้นหน้าแนะนำหลักเลย]
[เซี่ยเว่ยซิ่งนายเป็นใครกันแน่... ตัวประกอบชายเล่นใหญ่ขนาดนี้ เก่งจนฉันหงุดหงิด เปิดโปร?]
[ตอนนี้ควรมีเพลงประกอบนิยายแนวฝึกเซียนไหลลื่นคลาสสิกดังขึ้น หมื่นเสียงเงียบสงัด คางเท้าฟังสายน้ำถามชีวา...]
ผู้ชมทุกคนเสียวสันหลังจนชา เงินรางวัลเทใส่หน้าจออย่างกับไม่ต้องใช้เงิน
ระบบตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
ทันใดนั้น อวกาศพลันหยุดนิ่ง
สายฟ้าที่เวินฝูใช้พลังวิญญาณทั้งหมดสร้างขึ้น มลายหายไปในชั่วลมหายใจ เหมือนไม่เคยปรากฏ
ลูกหน้าไม้ที่ส่องประกายคมกริบเยือกเย็นหยุดค้างกลางอากาศ
เซี่ยเว่ยซิ่งยืนนิ่ง หรี่ตาลงเล็กน้อย
คุณสมบัติด้านอวกาศ? ใครมา?
ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน ปลายนิ้วมือเรียวยาวผอมแห้งสีขาวซีดปรากฏขึ้น ราวกับตัดผ่านขีดจำกัดของกาลอวกาศ แล้วคีบลูกหน้าไม้ไว้เบาๆ
เขตแดนอำนาจสลายไป ทุกอย่างกลับสู่ปกติ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไหลบ่าเข้ามาดั่งกระแสน้ำ
เซี่ยเว่ยซิ่งมองขึ้นไป
คนที่คีบลูกหน้าไม้ของเขาไว้มีหน้าตาเย็นชาไร้ที่ติ เส้นผมปกเสื้อไร้ที่ติ สีตาคือหมึกจางๆ ไม่มีอารมณ์ใดๆ มีเพียงปลายนิ้วที่ขยับ หมุนเล่นเหล็กดำเล็กๆ นั้นอย่างไม่ใส่ใจ ข้อนิ้วบางแห้ง ขาวนวลยิ่งกว่าหยกที่ห้อยอยู่ตรงเอวหลายส่วน
"เรียนวิชามาจากผู้ใด"
น้ำเสียงดั่งเดือนเดียวดายกลางขุนเขาไร้ความเยือกเย็น ไร้ซึ่งคำถาม สี่คำเปล่งออกจากปากเขา ราวกับกลิ้งผ่านหิมะที่เย็นเยียบและสะอาดบริสุทธิ์
หัวใจสั่นไหวเบาๆ เซี่ยเว่ยซิ่งไม่ตอบอยู่พักใหญ่
ซูปั๋วอวี้เดิมกำลังประคองเวินฝูที่บาดเจ็บอยู่ ก็ถูกดึงดูดสายตา เงยหน้าขึ้นมอง
[คนนี้ดูเหมือนจะเก่งมาก กลุ่มพระเอก?]
[อยากสวยต้องขาว สมคำจริงๆ หล่อเกินไปแล้ว]
[คุณสมบัติด้านอวกาศสินะ หายากยิ่งในรากวิญญาณพิเศษ พันปีไม่เจอสักครั้ง]
[เทพหล่อขนาดนี้ ข้าจะอยู่ต่อไปทำไม]
[นี่ใคร?]
[ตัวละครในหนังสือต้นฉบับ ถานสุยถิง ไม่ใช่กลุ่มพระเอกนะ ผู้สำเร็จเพียงหนึ่งเดียวจากวิถีไร้ความรู้สึก ตอนที่พระเอกกับพวกหมาจนตรอกกำลังรักๆ เลิกๆ กัน เขาก็ฝึกจนตาย เอาชนะไปตลอดทาง ต่อมาตอนพระเอกกับหมาจรอกบินขึ้นสวรรค์ด้วยกัน เขาเป็นคนคุมสอบ]
[เหี้ย ของดีไซส์นี้ ถึงผู้แต่งไม่เอามาเป็นหนึ่งในหมาจรอกกราบตีนซูปั๋วอวี้ด้วย มีสำนึกดีนะ]
[ไม่มีจะไปสำนึกได้ไง?]
[เขาไม่ได้นะ อายุสั้น]