บนโต๊ะอาหารไม่มีใครพูดถึงเรื่องตำแหน่งอีก พวกเขาคุยเรื่องสัพเพเหระในแผนกกันสองสามคำ พอกินเสร็จก็เดินออกจากโรงอาหารไปทีละคน ต่างฝ่ายต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ
การแลกเปลี่ยนที่ต่างคนต่างเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด นับว่าตกลงกันได้แล้ว
ครึ่งเดือนต่อมา เสิ่นเหมยยื่นคำร้องขอย้ายตำแหน่งต่อฝ่ายการพยาบาลอย่างเป็นทางการ
โรงพยาบาลอนุมัติเร็วกว่าที่คิด ใช้เวลาแค่ครึ่งเดือนก็มีคำสั่งลงมา
เธอย้ายไปแผนกสนับสนุนงานทั่วไป รับผิดชอบดูแลสถิติและการจัดการคลังพัสดุ
งานใหม่จะว่าง่ายก็ง่าย แค่ลงบัญชี ตรวจนับของในคลัง และประสานงานกับฝ่ายจัดซื้อ
ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เข้าออกงานตรงเวลา หยุดเสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องเข้าเวรกลางคืน ไม่ต้องรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ถ้ามีธุระจริง ๆ แค่บอกหัวหน้าแผนกก็ออกไปได้
วันไปรายงานตัว หัวหน้าแผนกสนับสนุนงานทั่วไปออกมาต้อนรับเธอด้วยตัวเอง ท่าทางสุภาพเป็นกันเอง
“พี่เสิ่น ได้พี่มาช่วยดูแลที่นี่ ผมก็สบายใจแล้วครับ
งานพัสดุมีเรื่องจุกจิกเยอะ แต่พี่มีประสบการณ์ ช่วยตรวจดูให้หน่อย ช่วยจัดขั้นตอนให้ลงตัวก็พอครับ”
เสิ่นเหมยยิ้มพลางบอกว่าอีกฝ่ายเกรงใจเกินไป จากนั้นก็รับกุญแจไปดูห้องทำงานของตัวเอง
ห้องไม่ใหญ่ แต่หน้าต่างหันไปทางทิศใต้ แสงแดดส่องเข้ามาจนสว่างจ้า
มีโต๊ะทำงานหนึ่งตัว เก้าอี้พนักพิงหนึ่งตัว บนโต๊ะวางคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ไว้ ส่วนข้างผนังมีตู้เอกสารเหล็กเรียงอยู่แถวหนึ่ง
ทางเดินเงียบสงบ ไม่มีใครตะโกนเรียก “หัวหน้าพยาบาล มานี่หน่อย!” อีกแล้ว ทั้งยังไม่มีเสียงกริ่งเรียกพยาบาลดังระงมจนคนฟังใจหาย
เธอนั่งลงจัดเอกสารบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ แล้วไปกดน้ำร้อนจากเครื่องทำน้ำดื่มมาวางไว้ตรงมุมโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจยาว
