วันก่อนงานแต่งอากาศดีสุด ๆ ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆ ลมฤดูใบไม้ผลิพัดเอื่อย ๆ อย่างอบอุ่น
ทั้งในบ้านและนอกบ้านตระกูลซูถูกเก็บกวาดจนสะอาดเอี่ยม ตัวอักษรมงคลสีแดงสดติดอยู่เต็มประตูและหน้าต่าง มองแล้วชื่นมื่นไปหมด
ญาติ ๆ พากันมาถึงตั้งแต่เช้า พวกผู้หญิงล้อมโต๊ะช่วยกันห่อขนมมงคลและพับกล่องใส่ขนม
ส่วนพวกผู้ชายก็ช่วยขนของ จัดลานบ้าน เสียงพูดคุยครึกครื้นจนคนแน่นเต็มห้อง
เสิ่นเหมยคอยต้อนรับแขกไปทั่ว แต่หางตากลับแดงก่ำอยู่เป็นระยะ พอไม่มีใครเห็นก็แอบเช็ดน้ำตา
ซูเซี่ยงเฉียนนั่งอยู่บนโซฟา ดูเหมือนสงบนิ่ง แต่ถือถ้วยชาไว้นานแล้วก็ยังไม่ได้จิบสักอึก
ทุก ๆ ไม่กี่นาทีก็หันไปมองที่ลานบ้านทีหนึ่ง พูดน้อยกว่าปกติเสียอีก
ซูหยวนมองแล้วก็รู้สึกใจหวิวตามไปด้วย
เช้าวันแต่งงาน ฟ้ายังสลัวอยู่ ซูหยวนก็ถูกเพื่อนเจ้าสาวปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งหน้า
เธอง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น นั่งหาวอยู่หน้ากระจก
เพื่อนเจ้าสาวหัวเราะเยาะ บอกว่าคนอื่นแต่งงานแล้วตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เธอกลับง่วงเป็นหมี
ซูหยวนตอบอย่างสะลึมสะลือว่า ตื่นเช้าเกินไปนี่นา
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่พอสวมชุดเจ้าสาวและแต่งหน้าเสร็จ เธอมองตัวเองในกระจกแล้วก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไปนิด ๆ
จะแต่งงานจริง ๆ แล้วสินะ
ชุดเจ้าสาวเป็นชุดที่ซูหยวนสั่งตัด เป็นผ้าซาตินเกาะอกแบบเรียบง่าย ดูไม่หวือหวาแต่ให้ความรู้สึกประณีตมีระดับ
เครื่องประดับผมมุกที่เข้าชุดกันประดับอยู่บนศีรษะ รับกับมวยผมต่ำแบบเดียวกับตอนทดลองแต่งหน้า ทำให้ดูสะอาดตาและขับให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนโยน
ขบวนรับเจ้าสาวไม่ได้จัดใหญ่โต ซ่งเจิงสวมชุดทางการเรียบเนี้ยบ ติดดอกไม้สีแดงสดไว้ตรงอก ถูกเพื่อนเจ้าบ่าวหลายคนล้อมแซวไม่หยุด