กู้หยวนรีบเออออตามทันที รอยยิ้มบนใบหน้ากลับมาเป็นท่าทางไร้พิษภัยเหมือนเดิม
น้ำเสียงยังแฝงด้วยความชื่นชมว่า
“พี่ใหญ่ทั้งกล้าหาญทั้งรอบคอบจริง ๆ สมแล้วที่เป็นคนของท่านปู่ซุน”
เขาก้มมองถุงพลาสติกในมือ ก่อนยกขึ้นยื่นไปข้างหน้าเล็กน้อย
“ผมเห็นพวกพี่ยืนเฝ้าอยู่ใต้ตึกผมตั้งสี่ห้าชั่วโมงแล้ว ยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหมครับ”
“มา ๆ ถือไว้ก่อน กินรองท้องสักสองคำ”
ซุนไห่เทารีบทำทีปฏิเสธ
“โอ๊ย ไม่ต้องหรอกน้องชาย เกรงใจเกินไปแล้ว!”
“ไม่ ๆ พี่อุตส่าห์วิ่งเต้นแทนผม ผมจะไม่เลี้ยงข้าวได้ยังไงล่ะครับ”
กู้หยวนยัดถุงพลาสติกใส่อ้อมแขนเขาโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
“ผมไปซื้อเหล้ามาให้พวกพี่อีกสองขวดนะ ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่แถวนี้เอง เดี๋ยวเดียวก็กลับมา”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ไม่แม้แต่จะเหลียวกลับ มุ่งหน้าไปทางร้านโชห่วยตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน
ซุนไห่เทายืนถือถุงซี่โครงกับน้ำพริกเผาอยู่กับที่ มุมปากยิ้มกว้างแทบจรดใบหู
เขาหันไปขยิบตาให้ชายผอมในรถ แล้วแกว่งถุงพลาสติกในมืออย่างได้ใจ
“ฮ่า ๆ ๆ เสี่ยวหลี่ เห็นไหมล่ะ”
“ขอแค่เราวางท่าขึงขังไว้ เด็กหนุ่มอย่างมันไม่เพียงไม่โกรธ ยังจะนอบน้อมกับเราอีกต่างหาก”
เสี่ยวหลี่ในรถโผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่ง ชูนิ้วโป้งด้วยสีหน้าเลื่อมใส
“พี่ใหญ่นี่สมเป็นพี่ใหญ่จริง ๆ พูดไม่กี่คำก็ทำให้ไอ้หนูนี่เชื่องเป็นลูกแมวเลย”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ซุนไห่เทาทิ้งตัวกลับลงบนเบาะคนขับ แล้วเปิดฝากล่องซี่โครงทันที
