ฤดูร้อนในอำเภอหนิงร้อนมาก สำหรับอำเภอเล็ก ๆ ห่างไกลที่ล้าหลังและยากจนแห่งนี้ สิ่งเดียวที่พอจะเอามาอวดได้ก็คงเป็นคุณภาพอากาศที่นี่
เสียงจักจั่นในปีนี้หนวกหูเหมือนทุกปี แต่ที่คลอไปกับเสียงจักจั่นยังมีเสียงก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรแห่งใหม่จากที่ไกล ๆ ท้องฟ้าสีครามไม่มีเมฆสักก้อน แดดยามบ่ายร้อนแรงเสียจนแมวจรจัดที่ปกติมักนั่งหมอบอยู่ริมถนนยังพากันหลบไป
เด็กหนุ่มจอมซนกลุ่มหนึ่ง ต่อให้ร้อนแค่ไหนก็ยังต้องเล่นบาสเกตบอล อาศัยช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่โรงเรียนไม่มีคน แอบมุดเข้าไปเล่นกันอย่างสนุกสนานครึ่งค่อนวัน เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งคลานขึ้นมาจากน้ำ
พวกเด็กผู้ชายหนีบลูกบาสไว้ใต้แขน แวะมาซื้อน้ำเย็นที่ร้านขายของชำหน้าโรงเรียนตามธรรมเนียม ในกลุ่มมีคนหนึ่งไม่รู้จะใส่ชุดอะไร เลยสวมชุดนักเรียนฤดูร้อนของโรงเรียนมาเสียเลย
เจ้าของร้านเห็นพวกเขาก็หยุดมือที่กำลังทำงาน พลางถามอย่างสงสัยว่า “เอ๊ะ โรงเรียนพวกเธอกำลังก่อสร้างอะไรกันอยู่หรือ ได้ยินเสียงรถบรรทุกดังครืน ๆ ตั้งแต่เช้ามืดติดต่อกันมาหลายวันแล้ว”
เด็กหนุ่มผมเกรียนดื่มโค้กเย็นเข้าไปอึกหนึ่ง “ได้ยินว่าเป็นรูปปั้นนักลงทุนครับ”
เด็กหนุ่มที่สวมชุดนักเรียนแย้งว่า “ไม่ใช่รูปปั้นนักลงทุนหรอกครับ ดูจากโครงร่างแล้วตรงไหนเหมือนคนกัน”
เจ้าของร้านฟังแล้วไม่เข้าใจ
เด็กหนุ่มผมเกรียนเช็ดเหงื่อบนหัว “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อยากรู้ก็ไปดูเองสิ ยังไงวันนี้ก็น่าจะสร้างเสร็จแล้ว”
พวกเขาขยับเข้ามารวมกลุ่มกัน วางเงินลงบนเคาน์เตอร์แล้วก็ไม่ได้รีบกลับทันที แต่พากันนั่งหลบแดดอยู่ตรงหน้าร้าน รับลมไปพลาง อาศัยพัดลมไฟฟ้าในร้านไปพลาง
เจ้าของร้านนั่งลง แล้วก็ก้มหน้าไถโทรศัพท์ต่อ ไถไปไถมาก็เจอข่าวซุบซิบวงการบันเทิงเข้า เสียงจากลำโพงที่เปิดดังลั่นพลันดังออกมา
