คนอื่นอาจจะไม่ได้สังเกต แต่จากมุมของเสิ่นลั่วที่มองไป เมื่อกี้ในระยะนั้น ถ้าเสิ่นเจ๋อเหวินอยากจะหลบ ผู้หญิงคนนั้นแม้แต่ชายเสื้อของเขาก็ไม่มีทางแตะต้องได้
แว่นตาของเสิ่นลั่วเป็นประกาย เธอกอดอกนั่งนิ่ง ปลายนิ้วเคาะไปตามจังหวะเรื่อยเปื่อย
ด้วยความที่เธอรู้จักเสิ่นเจ๋อเหวินดี เธอมั่นใจว่าเสิ่นเจ๋อเหวินต้องจงใจแน่
ส่วนที่ว่าเหตุใดถึงทำเช่นนั้น...
เสิ่นลั่วเงยหน้ามองไปทางลู่ฉือ แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างขำ ๆ
เมื่อกี้เธอก็แค่ติดนิสัยชอบกวนประสาทเสิ่นเจ๋อเหวินไปงั้น คิดไม่ถึงว่าคนพูดไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังกลับเก็บไปคิดจริง ๆ เสิ่นเจ๋อเหวินดันเอาคำพูดพวกนั้นไปใส่ใจเสียได้
บนโต๊ะของลู่ฉือ ผู้คนกำลังสนทนากัน
"จวี้ซังหางกิจการใหญ่โต ก็แค่เสิ่นเจ๋อเหวินที่เย็นชาเกินไปจนทำให้หลายคนถอยห่าง ไม่งั้นนะ ทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองโสดสุดไฮเอนด์แบบนี้ คนที่คิดไม่ซื่อคงมีมาเป็นระลอก ๆ"
"แต่ใช้วิธีต่ำ ๆ แบบนี้มาหาเรื่องเสิ่นเจ๋อเหวินก็ตลกเกินไปหน่อยนะ"
"นี่คุณไม่รู้แล้วล่ะ วิธีมันเยอะแยะ มีแต่ที่คุณคิดไม่ถึงเท่านั้นแหละ"
คนที่กำลังพูดอยู่ลดเสียงลงต่ำ ทำท่าลึกลับ
"เพื่อนฉันคนหนึ่งเป็นเลขา ชอบเดินทางไปกับเจ้านายบ่อย ๆ เธอไปงานเลี้ยงแล้วเห็นกับตาว่ามีคนแอบหยอดยาใส่แก้วของคนอื่น
"แล้วก็มีพวกจัดฉากบังเอิญเจอตามงานแสดงสินค้า ขึ้นตึกแล้วแสร้งทำเป็นข้อเท้าพลิก... ถึงขั้นมีพวกสุดโต่งที่อยากจะใช้ลูกไต่เต้าฐานะ สรุปก็คือวุ่นวายมาก"
พูดไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็เลยไปถึงเรื่องที่ใครมีเมียน้อยห้าหกคน ใครขโมยนาฬิกาเรือนล้านของสามีไปให้น้องรักนอกบ้านใส่ แถมยังมีเรื่องถูกเมียจับได้บนเตียงแล้วตบปากฉาดใหญ่...
