เสียงของเสิ่นเจ๋อเหวินดังมาจากเหนือศีรษะ ใบหูของลู่ฉือแนบอยู่กับหน้าอกเขา รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน
ความรู้สึกไร้น้ำหนักทำให้เขายื่นมือออกไปตามสัญชาตญาณ ควานไปทั่วแล้วได้แต่ใช้มือหนึ่งจับเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนตัวไม่ให้หล่นลงมา ส่วนมืออีกข้างกำเสื้อตรงหน้าอกของเสิ่นเจ๋อเหวินไว้อย่างช่วยไม่ได้
ต่อให้มีจิตตานุภาพแข็งแกร่งเพียงใด การอยู่กับอัลฟาที่ปล่อยฟีโรโมนในช่วงติดสัดมายาวนานขนาดนี้ ก็ยากที่จะไม่ถูกกระทบ
ตอนนี้ลู่ฉือรู้สึกอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงไปทั้งร่าง ทั้งมึนหัวตาลาย ไม่มีแรงเหลือให้ดิ้นรน
เห็นท่าว่าอีกเดี๋ยวก็จะออกไปแล้ว จึงยอมแพ้ ซบหน้าลงไปลึกกว่าเดิม
ช่างเถอะ หน้ากินแทนข้าวไม่ได้ เสิ่นเจ๋อเหวินอุตส่าห์มาจากที่ไกล ไม่รังเกียจที่ตัวเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น แถมยังเปื้อนครีมนิดหน่อย เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจทำตัวเป็นคนไม่รู้คุณค่า ดัดจริตอิดออดได้
ฟีโรโมนอัลฟาระดับ S พัวพันอยู่รอบกาย นำพาแรงกดดันที่แข็งกร้าวและน่าเกรงขาม กลบลบฟีโรโมนที่ตกค้างบนตัวลู่ฉือจนสิ้นซาก
ทุกคนจับตาดูเสิ่นเจ๋อเหวินอุ้มใครบางคนออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เสิ่นเจ๋อเหวินชำเลืองมองเสิ่นลั่ว แม้ทั้งสองจะชอบพูดจาทิ่มแทงกันตั้งแต่เล็ก แทบจะสาดน้ำลายใส่กันให้ตาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าในยามคับขันทั้งคู่เข้าใจกันได้ดีมาก
เสิ่นลั่วอ่านความหมายในแววตาของเสิ่นเจ๋อเหวินออกในทันที
อีกทั้งเสิ่นลั่วเคยเจอลู่ฉือมาสองครั้ง ลู่ฉือก็เหมือนคนไข้ของเธอ พอข่าวคืนนี้เพิ่งปะทุขึ้น เธอเกือบนึกว่าโรงพยาบาลตัวเองทำงานพลาดทำข้อมูลคนไข้รั่วไหล ทำให้เธอหวาดผวาและอารมณ์เสีย
ดังนั้นเสิ่นลั่วจึงไม่มีสีหน้าดีๆ กับพวกที่ชอบซ้ำเติมไม่กลัวเรื่องใหญ่
แว่นตาสะท้อนแสงวาบ คิ้วและดวงตาเยียบเย็นกวาดมองทุกคน "คืนนี้พวกคุณก็แค่มากินข้าวที่นี่ ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับหาเรื่องจวี้ซังหาง เข้าใจไหม"
