นับรวมชาติก่อน ลู่ฉือที่มีชีวิตอยู่ถึงยี่สิบห้าปีเต็ม ในที่สุดก็มีชื่อเล่นของตัวเองเสียที
แต่ปกติแล้วชื่อเล่นของคนทั่วไปล้วนตั้งโดยพ่อแม่ เปี่ยมด้วยคำอวยพรอันงดงาม ติดตัวไปชั่วชีวิต เป็นชื่อต้องห้ามที่เรียกได้เฉพาะคนใกล้ชิดที่สุดเท่านั้น
ส่วนชื่อเล่นของลู่ฉือ แฟนหนุ่มเป็นคนตั้งให้
ดังนั้นตอนที่เสิ่นเจ๋อเหวินเรียกเขาว่าเจ้าจ้าว ลู่ฉือจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนและเขินอายจนต้องเบือนหน้าหนี แววตาไร้ที่พึ่งวาบผ่านไปชั่วขณะ
ลู่ฉือเลียริมฝีปาก “จ้าวเป็นตัวอักษรที่ดี”
เสิ่นเจ๋อเหวินว่า “แต่ฉันรู้สึกว่าแซ่ลู่สำหรับนายก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
ลู่ฉือถูกดึงความสนใจออกนอกเรื่องไปโดยสิ้นเชิง “แล้วฉันควรแซ่อะไร”
“แซ่เสิ่น รู้สึกว่าเสิ่นจ้าวฟังดูไพเราะกว่า”
ลู่ฉือตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนอดยิ้มไม่ได้ “พี่เสิ่น มีส่วนผสมของการเอาเปรียบอยู่นะครับ”
สิ้นเสียง ลู่ฉือก็ส่งเสียง “ซี้ด” เบาๆ
ความเจ็บแปล๊บๆ ระบมเหมือนถูกเข็มทิ่ม ส่งมาจากข้างลำคอ
เสิ่นเจ๋อเหวินก้มศีรษะลงกัดที่ด้านข้างคอของเขา ควบคุมน้ำหนักได้พอเหมาะ ไม่หนักไม่เบา แต่ทิ้งรอยแดงเข้มไว้อย่างชัดเจนบนลำคอ
เสิ่นเจ๋อเหวินทอดสายตาลงมองรอยนี้ ในสมองก็คิดห้ามไม่อยู่
ชื่อของนายคือฉันตั้ง ระดับของนายก็คือฉันเลื่อนขั้นให้ นายคือของฉัน
หลังจากเสิ่นเจ๋อเหวินเงยหน้าขึ้น ลู่ฉือก็ยกมือขึ้นลูบตรงที่ถูกกัดเมื่อครู่โดยไม่รู้ตัว
“ตรงนี้มันจะเห็นชัดเกินไปไหม ฉันก็ไม่มีเสื้อคอปกสูงขนาดนั้นนี่นา” ลู่ฉือพูดอย่างงุนงง “อีกอย่างอากาศตอนนี้ก็ไม่เหมาะจะพันผ้าพันคอแล้วด้วย”
เสิ่นเจ๋อเหวินจ้องมองลำคอขาวบางของโอเมก้า “มีเหรอ ฉันว่าโอเคนะ”
