ลู่ฉือตายแล้ว ตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ถูกวางแผนมาอย่างดี
เขาเป็นคุณชายแท้ ๆ ของตระกูลเฉินที่พลัดหลงไปอยู่ข้างนอก หวังซิ่วจือ คนงานดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล แอบสลับลูกของคุณนายเฉิน แล้วพาเขากลับไปอยู่ที่อำเภอยากจนแห่งหนึ่งห่างออกไปกว่าพันกิโลเมตร
หนึ่งเดือนก่อนอายุครบสิบแปด มีคนกลุ่มหนึ่งมาหาเขาถึงที่
ตอนนั้นลู่ฉือกำลังตะลุมบอนกับพวกนักเลงในตรอก
พวกมันเยาะเย้ยเขา ใช้คำพูดสกปรกหยาบคายที่สุดดูถูกหวังซิ่วจือ เขาคว้าอิฐข้างทางขึ้นมาบวกกับพวกมันคนเดียว
เสียงด่าทอและร้องโอดครวญดังสนั่นในตรอก เสื้อผ้าของลู่ฉือถูกฉีกเป็นช่องใหญ่ สะบัดโชยอยู่บนตัวราวกับผ้าขี้ริ้ว
บอดี้การ์ดที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีวิ่งเข้ามาดึงคนที่ถูกตีหัวแตกเลือดโชกออกจากกัน ผลตรวจดีเอ็นเอถูกยื่นมาให้ตรงหน้าลู่ฉือ ตัวหนังสือสีขาวบนพื้นดำบอกเขาว่าเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่
ก็เป็นอย่างนี้เอง ลู่ฉือถูกพาตัวกลับมาสู่เมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง
พ่อของเขาไม่ใช่ลู่จิ้นกั๋วที่ติดเหล้า ใช้ความรุนแรงในครอบครัว แถมยังติดหนี้พนันล้นพ้นตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ชายที่รู้หลักและสวมสูทผูกไท แม่ก็ไม่ใช่หวังซิ่วจือที่หยาบกระด้างและตื้นเขินอีกต่อไป แต่เป็นคุณหญิงที่กริยางดงามและงามทั้งรูปทั้งจิต
ส่วนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ระหว่างพวกเขา เชื่อฟังและฉลาดเฉลียว ตาสวยฟันขาวคนนั้น——เฉินโย่วเซวียน ก็คือคุณชายจอมปลอมที่แทนที่เขามาตลอดสิบแปดปี
พ่อบอกว่า:“โย่วเซวียนไม่ได้ทำอะไรผิด ความผิดของคนรุ่นก่อนไม่ควรโยนมาใส่คนรุ่นหลัง”
แม่บอกว่า:“โย่วเซวียนเด็กกว่าเธอสิบนาที เธอถือว่ามีน้องเพิ่มก็แล้วกัน เราจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอ ตระกูลเฉินเลี้ยงไหว”
แม้กระทั่งหวังซิ่วจือที่เป็นแม่แท้ ๆ ของเขามาสิบแปดปีก็ยังร้องขอเขา:“เสี่ยวฉือ อย่าไล่โย่วเซวียนไปนะ ทุกอย่างเป็นความผิดของแม่เอง ปีนั้นแม่โดนผีหลอกให้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่เกี่ยวกับโย่วเซวียนเลย”
ช่วงเวลาที่ต้องหิวโหยและหนาวเหน็บไม่ได้สอนให้ลู่ฉือรู้จักความใจกว้าง ลู่จิ้นกั๋วก็ไม่เคยสอนให้เขาอ่านออกเขียนได้ ในสถานที่แห่งนั้น การใช้ชีวิตตลอดสิบแปดปีสอนแค่การใช้หมัดกับความแค้นให้เขา
ดังนั้นวินาทีแรกที่ลู่ฉือเห็นเฉินโย่วเซวียน อีกฝ่ายเปล่งประกายแค่ไหน ในใจเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นมากเท่านั้น
ผู้ที่ได้ผลประโยชน์จะปัดความเกี่ยวข้องไปได้หมดจดงั้นหรือ ไม่ได้เลย
ตอนที่เขาอิ่มท้องก็ไม่อิ่ม หนาวก็ไม่หนา ยังไม่ทันโตก็ต้องออกไปทำงาน มีใครบางคนกำลังกินอยู่อย่างหรูหราใส่เสื้อผ้าชั้นดีแทนเขา ตอนที่เขาถูกลู่จิ้นกั๋วกระชากหัวโขกกำแพง มีใครบางคนกำลังเสวยสุขกับเกียรติยศและทรัพย์สมบัติ…
ทั้งหมดนี้ตั้งแต่แรกก็เป็นของเขา แล้วทำไมพอเขาโมโห ถึงกลายเป็นคนไม่รู้จักโต ไม่มีจิตสำนึก
เขาอยากไล่เฉินโย่วเซวียนออกไป ไสหัวไปจากตระกูลเฉิน กลับไปที่ที่สมควรอยู่ กลับไปยอมรับพ่อแม่ที่สมควรยอมรับ
แต่ลู่ฉือก็กลั้นเอาไว้
เพราะเมื่อเทียบกับความรังเกียจที่มีต่อเฉินโย่วเซวียนแล้ว ลู่ฉืออยากเอาใจพ่อแม่แท้ ๆ มากกว่า เพื่อดูดซับความรักที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนสักหน่อย
เขาเชื่อฟังมาก
พ่อแม่รังเกียจที่เขาการศึกษาต่ำจะส่งเขาไปเรียนซ้ำที่โรงเรียนที่โหดที่สุด เขาก็ไป
พ่อแม่รังเกียจที่เขาประสบการณ์น้อยโยนเขาไปฝึกงานชั้นล่างสุดของสาขาบริษัท เขาก็ไปเช่นกัน
พ่อแม่รังเกียจที่กลิ่นอายความจนจากบ้านนอกของเขาออกงานใหญ่ไม่ได้ เขาก็สมัครคอร์สอบรมต่าง ๆ ตลอดคืน เรียนมารยาท เรียนการแต่งตัว เรียนการเข้าสังคมของชนชั้นสูง
ลู่ฉือพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอย่างที่พวกเขาคาดหวัง ค่อย ๆ ลดช่องว่างระหว่างตัวเองกับเฉินโย่วเซวียน
จนกระทั่งวันหนึ่งในงานเลี้ยงครอบครัว ญาติคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่าคุณชายทั้งสองอายุเหมาะสมแล้ว ถึงเวลาต้องดูอัลฟาที่คู่ควรกันและแต่งงานได้แล้ว ลู่ฉือได้ยินบทสนทนาของพ่อแม่ในห้องหนังสือโดยไม่ได้ตั้งใจ
“โย่วเซวียนเป็นโอเมการะดับ A ตระกูลที่อยากแต่งงานด้วยนับไม่ถ้วน แต่ลู่ฉือทำไมถึงเป็นระดับ F ล่ะ โอเมกาที่ต่ำต้อยที่สุด เขาเป็นลูกเราแน่หรือเปล่า สามี เราจะไปตรวจดีเอ็นเออีกครั้งดีไหม”
“ไม่ต้องตรวจแล้ว หลายปีมานี้เธอยืนยันไปกี่ครั้งแล้ว แค่มีอะไรที่ขัดตาเล็กน้อยเธอก็ให้คนใช้ไปขโมยเส้นผมมา คิดตลอดว่าลู่ฉือไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเรา เป็นเพราะรายงานเขียนผิด”
“แต่ว่าพวกเราจะมีลูกที่เป็นระดับ F ได้ยังไง แล้วเด็กคนนั้นดูยังไงก็ไม่เหมือนพวกเรานะ...”
“ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ โอเมการะดับ F แพร่งพรายออกไปชวนให้คนหัวเราะเยาะจริง ๆ แต่มันก็เป็นความจริง รับซะเถอะ เฮ้อ...ถ้ารู้ว่าไม่ได้พาเขากลับมาตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีเรื่องน่ารำคาญใจแบบนี้แล้ว”
หลังจากนั้น ลู่ฉือก็ไม่คิดหวังความรักจากพ่อแม่อีกต่อไป
เขารู้ว่าไม่ว่าตัวเองจะทำอะไรก็คงเทียบตำแหน่งของเฉินโย่วเซวียนในใจพวกเขาไม่ได้ ดังนั้นก็เลิกเทียบซะเลย
ต่อมาเขาสร้างผลงานในบริษัท โดยไม่ใช้เส้นสายใด ๆ ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมาจากระดับรากหญ้า มีทีมงานและคนสนิทของตัวเอง
ทว่า ตำแหน่งที่เขาพยายามฟูมฟักหลายปีกว่าจะได้มา พอเฉินโย่วเซวียนเรียนจบก็กลายเป็นหัวหน้าของเขาทันที
พวกเขาใช้ข้ออ้างที่ว่าเฉินโย่วเซวียนอายุน้อย ขาดการบ่มเพาะ ให้ลู่ฉือพาเขาคอยช่วยเหลือ
แต่เวลาทำโปรเจกต์ เฉินโย่วเซวียนชอบใช้คนของตัวเอง ทำตามใจตัว เตะลู่ฉือออกไปข้าง ๆ สุดท้ายโปรเจกต์หลายร้อยล้านเกิดปัญหา เฉินโย่วเซวียนกลับโบ้ยว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ลู่ฉือเป็นคนดูแลรับผิดชอบทั้งหมด
ลู่ฉือติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์ในวงเหล้าหลากหลายรูปแบบ ดื่มจนฟ้าถล่มแผ่นดินดับ ทั้งขอโทษทั้งเสนอทางแก้ไข ไม่ใช่เพื่อไอ้งั่งเฉินโย่วเซวียน แต่เพื่อกลุ่มคนใต้บังคับบัญชาที่มีคนแก่ต้องเลี้ยงดู มีเด็กต้องส่งเสีย ให้รักษางานและปากท้องเอาไว้ได้
ในงานเลี้ยงครั้งสุดท้าย ลู่ฉือดื่มจนอ้วกจึงทำให้คู่เจรจายอมตกลงเจรจาหาทางออก
เดิมทีสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้ว แต่ระหว่างทางกลับบ้าน ลู่ฉือกลับได้รับโทรศัพท์จากเฉินโย่วเซวียน
“พี่ น่าสงสารจังเลยนะ” น้ำเสียงเฉินโย่วเซวียนเนิบนาบ ต่อให้มีแค่โทรศัพท์ก็ยังนึกภาพสีหน้าได้ใจของเขาออก “บอกความลับให้ฟังนะ โปรเจกต์ครั้งนี้ฉันตั้งใจทำให้พังเอง ฉันก็แค่อยากให้พี่ได้สติซะบ้าง ไม่ว่าพี่ยังไงก็ไม่มีทางก้าวข้ามฉันไปได้
“ความร่วมมือแค่ไม่กี่ล้าน พี่ยังต้องขออนุมัติจากพ่อ แต่โปรเจกต์หลายร้อยล้านฉันอยากเล่นก็เล่น บ้านหลังนี้ตั้งแต่ต้นจนจบมีแค่คุณชายฉันคนเดียว”
ลู่ฉือทั้งตัวคละคลุ้งด้วยกลิ่นเหล้า ปวดหัวจนแทบจะเป็นลม ได้ยินเฉินโย่วเซวียนไม่อาจปกปิดเสียงหัวเราะในน้ำเสียงได้
“ฉันยังมีของขวัญชิ้นใหญ่จะให้ด้วยนะ ระวังรอรับให้ดีล่ะ”
ประโยคนี้เพิ่งจบ ยังไม่ทันวางสาย ก็มีเสียงห้ามล้อแหลมเสียดดังขึ้น ยางรถล็อกตายในพริบตา
หลังจากนั้น——
“ตู้ม!” เสียงดังสนั่น รถพุ่งชนราวกั้นข้างทาง ชั่วพริบตาเปลวเพลิงพุ่งทะยานฟ้า
*
“ซ่าาา——!”
“แอ๊ก...แค่ก ๆ ๆ...”
ลู่ฉือตะเกียกตะกายโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำในสระว่ายน้ำ สมองยังคงมึนงง ใบหูยังคงก้องกังวานไปด้วยเสียงระเบิดของรถที่ดังจนแก้วหูแตก
รอบสระว่ายน้ำมีเงาผู้คนสับสนวุ่นวาย น้ำเย็นเฉียบแสบเข้าไปในดวงตา ลู่ฉือมึนหัวตาลายกวาดตามองรอบทิศ
ที่นี่ที่ไหนกัน?
เขาไม่ได้ตายในอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วหรือ?
“โอ๊ะ คุณชายลู่ฉือมายืนริมสระว่ายน้ำตอนกลางคืนได้ยังไงนะ เมื่อกี้ฉันไม่เห็นเอง ไม่ได้ตั้งใจจะผลักตกน้ำนะ”
ลู่ฉือแหงนหน้ามองตามเสียงนี้ เห็นคนที่ยืนอยู่บนฝั่งแล้ว เขามึนงงไปชั่วขณะ คนทั้งร่างแข็งทื่อไปเลย
เด็กหนุ่มที่กำลังพูด เขารู้จัก——เพื่อนสนิทของเฉินโย่วเซวียน ทางบ้านก็ทำธุรกิจเหมือนกัน มาหาเฉินโย่วเซวียนที่บ้านตระกูลเฉินบ่อย ๆ
เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฉินโย่วเซวียน ตอนนี้รูปโฉมก็แค่สิบแปดสิบเก้า บรรดาแขกเหรื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็พากันห้อมล้อมเข้ามา ในหมู่พวกเขาไม่น้อยเป็นใบหน้าที่ลู่ฉือคุ้นตา
เด็กหนุ่มแสร้งยิ้มกระหยิ่ม นั่งยอง ๆ ลงริมสระว่ายน้ำ:“คุณชายลู่ฉือมายืนแช่น้ำเหม่ออะไรอยู่ ขึ้นมาไม่ไหวหรือ ให้ดึงไหม”
รูม่านตาของลู่ฉือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
บทสนทนานี้ ฉากนี้...
เขามองไปทางคฤหาสน์ที่สว่างไสวไม่ไกลอย่างกระตุกทันที เป็นอย่างที่คิด ภายในประดับโคมไฟและผ้าหลากสี ตกแต่งด้วยลูกโป่ง ริบบิ้น และระฆัง ฯลฯ อย่างแน่นขนัด หน้าต่างบานใหญ่จรดพื้น ภายในเป็นเค้กก้อนใหญ่สูงครึ่งคนตั้งอยู่กลางกองของขวัญ บนเค้กเสียบตัวเลข “18” อยู่
“เฮอะ...”
ลู่ฉือมองภาพนี้แล้วก็หัวเราะเยาะตัวเองขึ้นมาทันที อยากจะหัวเราะ
นึกไม่ถึงเลยว่า เขาวุ่นวายดิ้นรนมาห้าหกปี สุดท้ายสวรรค์ยังรู้สึกว่าหัวใจของเขาบอดและตาบอด ทำให้เขาตายอย่างไม่คุ้มอย่างยิ่ง ถึงกับให้เขากลับมาใหม่ตอนอายุสิบแปดอีกครั้ง
“มะ...เมื่อกี้แกหัวเราะอะไร” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ทำไมถึงมีความหนาวเย็นเยือกขึ้นที่แผ่นหลัง
วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดอายุสิบแปดปีของเฉินโย่วเซวียน——และก็ของลู่ฉือด้วย ตระกูลเฉินจัดงานเชิญคนมามากมาย เหตุที่เขากล้าก่อกวนลู่ฉือในงานแบบนี้ เป็นเพราะช่วงหนึ่งเดือนที่ถูกรับตัวกลับตระกูลเฉิน ทุกคนก็รู้ดีว่าลู่ฉือรังแกง่าย
ไม่ว่าจะนินทาลับหลัง หรือจงใจทำให้ขายหน้าแล้วหัวเราะเยาะ เขาก็เหมือนเสือกระดาษ มีแค่สายตาที่น่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ปริปาก
เด็กหนุ่มคิดว่าครั้งนี้ลู่ฉือก็คงเหมือนเดิม ปัดมือเขาอย่างดุร้ายแล้วตัวเองปีนขึ้นมาจากน้ำ แต่นึกไม่ถึงว่าวันนี้ท่าทีของลู่ฉือจะผิดปกติ
แขกมุงดูคนอื่นบนฝั่งต่างพากันแสดงสีหน้าเหมือนรอดูละครสนุก
ลู่ฉือค่อย ๆ ยกมือขึ้น ปาดน้ำที่ไหลลงตามใบหน้าออก
ชาติที่แล้วเขาทำยังไงนะ?
พ่อบ้านบอกว่าวันนี้เป็นวันสำคัญมาก มีแขกมีหน้ามีตามาหลายท่าน คุณท่านและคุณหญิงยุ่งมาก ให้เขารักษาภาพลักษณ์ที่เหมาะสม ดูแลตัวเองให้ดี อย่าก่อเสียงความวุ่นวาย
เขาไม่อยากให้ครอบครัวต้องรำคาญใจ อยากเป็นลูกชายที่ใช้ได้ อยากเอาชนะคำชมและความรักของพ่อแม่ ดังนั้นเขาจึงถลึงตามองเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างดุร้าย หลังจากนั้นก็ไปเปลี่ยนชุดสะอาดเอง
แต่ตอนนี้ลู่ฉือไม่อยากทำแบบนั้นแล้ว
แกล้งเป็นลูกชายที่เชื่อฟังและรู้จักโตมันเหนื่อยเกินไป ชาติที่แล้วเขาก็เหนื่อยมามากพอแล้ว
จริง ๆ แล้วเขาก็ยังแค้นหวังซิ่วจือที่เปลี่ยนชีวิตของเขา และก็แค้นเฉินโย่วเซวียนไปด้วย
เขาอยากแก้แค้นคนที่ย่ำเหยียบอยู่บนหัวเขาทุกวัน
ถ้าจะให้คนอื่นพูด เขาก็คือพวกไร้มารยาทที่คลานออกมาจากกองขยะ ก็คือพวกเลว ๆ นั่นแหละ
เด็กหนุ่มกำลังหัวเราะอย่างสมน้ำหน้าอยู่
ทันใดนั้น ลู่ฉือก็ยื่นมือออกไป คว้าข้อเท้าของเขาด้วยความเร็วอย่างยิ่ง
“แก—อ๊าก!”
ฟังแต่เสียงร้องโหยหวน เด็กหนุ่มที่นั่งยอง ๆ ก้นกระแทกพื้นอย่างแรง ถูกคนในสระว่ายน้ำกระชากลงน้ำไปอย่างไร้ความเมตตา
***
คำเตือน:
1. ABO, AO ดั้งเดิม, 1v1, ทั้งคู่บริสุทธิ์, จบแฮปปี้เอนดิ้ง
2. ไม่มุ่งเน้นตัวละครที่สมบูรณ์แบบ ฝีมือการเขียนก็มีจำกัด ถ้าไม่ชอบก็แค่ปัดออกไป
3. ผู้เขียนไม่ใช่สายตามใจตัวละครใด ๆ ทุกการดำเนินเรื่องเพื่อรับใช้คู่หลัก ปฏิเสธการบังคับทางศีลธรรม
ขอให้ทุกคนอ่านอย่างสนุกสนาน!