เสียงหายใจตอนนอนของเจียงหนิงเบามาก แต่มีจังหวะสม่ำเสมอ
เฉินจือหย่วนเรียกสองที เห็นเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้จะทำยังไงดี
ทั้งไม่อาจใจแข็งปลุกเธอให้ตื่น กลัวว่าเธอจะนอนแบบนี้แล้วหนาว
เฉินจือหย่วนเหลือบดูเวลา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็อุ้มเจียงหนิงขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด จากนั้นก็พยายามก้าวเท้าให้เบาที่สุด อุ้มเธอเดินขึ้นบันได
ดีที่เจียงหนิงตัวเบา เฉินจือหย่วนอุ้มเธอแบบนี้ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย
เดินมาถึงหน้าประตูห้องนอนใหญ่ชั้นสาม เฉินจือหย่วนเอ่ยเบาๆ “แม่ครับ”
ได้ยินเพียงเสียงซู่วซ่าในห้อง ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูถูกเปิดจากด้านใน
หวังเหยาเห็นเฉินจือหย่วนอุ้มเจียงหนิง ก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วหลีกทางให้ เฉินจือหย่วนเดินเข้าห้อง วางเจียงหนิงลงบนเตียง
“แม่อยู่ข้างล่างนะครับ”
“อืม”
……
เดือนพฤศจิกายนจบลงอย่างลวกๆ
เพราะวันอากาศหนาวออกไปไหนไม่สะดวก วันๆ จึงสั้นกว่าฤดูร้อนมาก ทุกวันนอกจากกินดื่ม เปิดไลฟ์คุยกับแฟนๆ ก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก
เจียงหนิงชั่งน้ำหนักตัวเองครั้งหนึ่งตอนปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงพบว่าตัวเองอ้วนขึ้นตั้งห้าชั่ง ก็จัดการ ‘ต่อยเตะ’ เฉินจือหย่วนยกใหญ่ โยนความผิดทั้งหมดให้เขา
เฉินจือหย่วนกล่าวอย่างจนใจ “หน้าหนาวใส่เสื้อผ้าเยอะ เสื้อผ้าก็สามสี่ชั่งแล้ว”
เจียงหนิงจึงถอดเสื้อนอกกับกางเกงออก แล้วชั่งใหม่ พบว่าตัวเองอ้วนขึ้นแค่สองชั่งครึ่ง ถึงได้ยกโทษให้เฉินจือหย่วน แต่ก็ยังยืนยันหนักแน่นว่า ตัวเองจะเริ่มลดน้ำหนัก
