พอพูดถึงกู้เจิ้นหัว หูเหม่ยลี่ก็อดรู้สึกกังวลใจไม่ได้ จึงถามหลินเซี่ยงหนานว่า “วันนี้คนตระกูลกู้ก็ไม่มาเหมือนกันเหรอ?”
“ไม่ค่ะ” หลินเซี่ยงหนานอยู่บ้านตลอดบ่าย ไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวอะไรเลย
“ตระกูลกู้นี่ไม่รู้จักธรรมเนียมเอาเสียเลย” หูเหม่ยลี่ว่าอย่างไม่พอใจ “ถึงสามีภรรยาคู่นั้นจะมีเรื่องขัดแย้งกับกู้เจิ้นหัว แต่ในฐานะพ่อแม่ก็ควรมาหาเราสักหน่อย อย่างน้อยก็แสดงท่าทีบ้าง นี่กลับทำเป็นไม่รู้เรื่องจริง ๆ”
“กู้เจิ้นหัวเล่นงานพี่ชายจนเป็นแบบนั้นแล้ว คนตระกูลกู้ไม่มาวุ่นวายก็ดีแค่ไหน ยังจะให้มาแสดงท่าทีอะไรอีกล่ะคะ”
หูเหม่ยลี่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่กู้เจิ้นหัวลงไม้ลงมือกับคนในครอบครัว จึงพูดเสียงเบาว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายแท้ ๆ ของฉันเป็นแม่สื่อให้ แถมเธอก็ถูกใจเขา ฉันคงไม่กล้าตกลงหรอก”
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่กู้เจิ้นหัวครองตัวเป็นโสดมาหลายปี คนรู้จักที่บ้านเกิดต่างรู้ว่าเขามีชื่อเสียงไม่ดี หญิงสาวดี ๆ จึงไม่กล้าแต่งกับเขา เพราะผู้หญิงที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊อย่างหลินเซี่ยงหนานมีไม่มากนัก
ตอนอยู่ในกองทัพ มีผู้บังคับบัญชาแนะนำคู่ดูตัวให้เขาอยู่เหมือนกัน แต่กู้เจิ้นหัวคิดว่าอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องทางบ้านของเขา จะไปหลอกให้เธอเดือดร้อนโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้ จึงปฏิเสธไปทั้งหมด
เมื่อได้พบผู้หญิงที่ทำให้ใจหวั่นไหวเหมือนหลินเซี่ยงหนาน ทั้งยังไม่รังเกียจครอบครัวและชื่อเสียงของเขา กู้เจิ้นหัวจึงทะนุถนอมเธอเป็นพิเศษ พอกลับไปถึงกองทัพก็ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานทันที ทั้งยังส่งจดหมายกับเสื้อคลุมทหารตัวใหม่เอี่ยมไปให้หลินเซี่ยงหนาน
