เมื่อก่อนครอบครัวหลิวมีฐานะไม่เลว กินข้าวเพิ่มอีกคนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หลิวเหล่าเฮยจึงแค่ด่าทอ ไม่ได้ลงมือไล่ใครออกจากบ้านจริง ๆ
แต่ตอนนี้ฐานะที่บ้านไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถึงหลิวหงอิงจะทำท่าสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับร้อนรนจนแทบอยู่ไม่สุข
ยิ่งช่วงนี้หลินเซี่ยงหนานออกไปข้างนอกทุกวัน หูเหม่ยลี่ก็ไม่รีบร้อนแนะนำคู่ดูตัวให้หลินเซี่ยงหนานเสียที หลิวหงอิงอยากแทรกกลางก็ไม่มีช่องให้ลงมือ
สุดท้ายเธอก็อัดอั้นต่อไปไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเข้าไปชวนหูเหม่ยลี่คุยก่อน “เสี่ยวหนานเรียนจบมาพักหนึ่งแล้ว ปล่อยให้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยแบบนี้ ไม่ทำงานไม่แต่งงานหรือไง?”
“จะรีบไปทำไม รอย้ายเข้าบ้านใหม่ก่อน แล้วฉันค่อยแนะนำคนดี ๆ ให้เสี่ยวหนาน”
หูเหม่ยลี่เชิดหน้าด้วยความภูมิใจ ต่อไปหลินเซี่ยงหนานจะมีบ้านเป็นของตัวเอง จะต้องหาลูกเขยที่ดีกว่าจ้าวฉีได้แน่
“ถามฉันเรื่องนี้ทำไม?”
หลิวหงอิงพยักหน้าอย่างผิดหวังเล็กน้อย ก่อนตอบปัด ๆ ว่า “ฉันก็แค่ถามไปงั้นแหละ”
หูเหม่ยลี่เหลือบตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ถามไปงั้นเหรอ? มองแวบเดียวก็รู้ว่าอีเห็นไหว้ไก่ ไหว้ไม่จริงใจหรอก หรือว่าอยากมาแย่งเสี่ยวหนานของเราอีกแล้ว?”
“เป็นไปได้ยังไง เรื่องจ้าวฉีครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ” หลิวหงอิงพูดจบก็รีบหนีไป
คนอย่างเธอที่มีเรื่องอะไรแล้วชอบเก็บไว้ในใจ กลัวที่สุดก็คือคนตรงไปตรงมาอย่างหูเหม่ยลี่ แค่ไม่กี่คำก็พูดจนเธอหมดทางแก้ตัว
หูเหม่ยลี่ไม่เชื่อคำอธิบายของเธออยู่แล้ว พอคิดได้ก็กลอกตาไปมา ก่อนจะนึกแผนขึ้นมาได้
