“นายท่านเรียกข้าหรือขอรับ”
“อืม มาแล้วหรือ รอเดี๋ยวนะ”
ลู่สืออันขานรับอาเอ้อร์ ก่อนจะคัดโจทย์ที่เหลือต่อให้เสร็จ แล้วส่งให้หลี่เยวี่ยเหยาที่อยู่ข้างกาย
“เยวี่ยเอ๋อร์ อีกเดี๋ยวเจ้าจัดโจทย์พวกนี้ให้พวกเขาทำตามลำดับ วันนี้ใครทำไม่เสร็จ ห้ามกลับทั้งนั้น”
หลี่เยวี่ยเหยารับกระดาษเซวียนจื่อปึกหนาไป ขมวดคิ้วถามว่า “มีมากขนาดนี้ พวกเขาจะทำเสร็จหรือ”
ลู่สืออันพยักหน้าแรง ๆ “ทำเสร็จแน่ และต้องทำให้เสร็จด้วย สิ่งที่ข้าต้องการคือทัศนคติ”
“ทัศนคติหรือ”
“ใช่” ลู่สืออันแสร้งทำท่าทางเศร้าสร้อยรำลึกความหลัง “วิถีผู้บำเพ็ญขงจื๊อ หากไม่ก้าวหน้าก็ถอยหลัง ไม่ฝึกฝนแล้วจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ไม่ฝึกฝนแล้วจะรู้จุดอ่อนของตนและปรับปรุงให้ตรงจุดได้อย่างไร... เมื่อก่อนข้าก็ผ่านอะไรแบบนี้มาเหมือนกัน”
เขาเสริมในใจว่า: สอบเข้ามหาวิทยาลัยสามปี ทำข้อสอบจำลองอีกห้าปี ฉันทำข้อสอบตั้งสามชุดคนละฉบับแน่ะ!
หลี่เยวี่ยเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก้มมองโจทย์ในมือ “หรือว่าเจ้า...”
“ถูกต้อง นี่คือกลยุทธ์ทะเลข้อสอบที่ข้าคิดขึ้นเอง หากไม่สั่งสมทีละก้าว ก็ยากจะไปถึงพันลี้ หากไม่สะสมลำธารเล็ก ๆ ก็ยากจะรวมเป็นมหาสมุทร เวลาของพวกเรามีไม่มาก ในสองเดือนสุดท้ายนี้ ข้าจะให้พวกเขาทำโจทย์ที่ไม่เคยทำในสามปีที่ผ่านมาให้หมด ข้าจะให้พวกเขาเดินบนเส้นทางเดียวกับที่ข้าเคยเดิน”
หลี่เยวี่ยเหยาพยักหน้าอย่างงุนงง แม้จะไม่เข้าใจว่าก้าวเล็ก ๆ กับลำธารน้อย ๆ คืออะไร แต่นางรู้สึกว่าสามีของตนช่างเก่งกาจเหลือเกิน
“อืม ขะ...ข้าจะคอยดูแลพวกเขาเอง”
ลู่สืออันพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นบอกอาเอ้อร์กับเสี่ยวฉานที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนที่ทั้งสามจะเดินออกจากห้องเรียนไปอย่างเงียบเชียบ
หลี่เยวี่ยเหยามองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป แววตาแน่วแน่ยิ่งกว่าที่เคย
“ที่แท้เขาก็ไม่ได้เก่งกาจเหนือผู้คนมาตั้งแต่เกิด เพื่อให้สมกับคำว่าอัจฉริยะ เบื้องหลังคงผ่านความยากลำบากมาไม่น้อย หลี่เยวี่ยเหยาเอ๋ย หลี่เยวี่ยเหยา เจ้าพยายามยังไม่พอ ต้องขยันให้มากกว่าเขาถึงจะได้!”
