เขตหมิงเต๋อ
จวนอ๋อง
เรือนหมิงซิน
ราตรีค่อย ๆ โรยตัว แสงไฟในครัวเล็กส่องวูบไหว
เสี่ยวเจวียนยืนอยู่ข้างเตาอย่างหงุดหงิด ดวงตาหงส์คู่หนึ่งเต็มไปด้วยความไม่พอใจและจนใจต่อคนที่แย่งกิน
“ซู้ด~”
“อร่อย อันนี้ก็อร่อยเหมือนกัน แม่หนูน้อย บะหมี่นี่ทำอย่างไรหรือ วันหลังมาอยู่กับข้าดีหรือไม่ พอดีข้าขาดสาวใช้คอยติดตามอยู่คนหนึ่ง”
ถังตันชิงคีบบะหมี่ตุ๋นถั่วฝักยาวที่เพิ่งทำเสร็จจากหม้อเข้าปาก เส้นบะหมี่นุ่มหนึบเคี้ยวเพลินจนเขาหยุดกินไม่ได้
เสี่ยวเจวียนกัดฟัน ไม่พูดอะไรสักคำ กระทั่งได้ยินคำชักชวนของเขาจึงเอ่ยอย่างหวาดหวั่นว่า “บ่าวเป็นคนของคุณชาย และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป!”
“เฮ้ แม่หนูนี่ซื่อสัตย์ดีเหมือนกันนะ”
เวลานั้นเอง เสียงเรียกของเสี่ยวฉานก็ดังมาจากนอกประตู
“พี่เสี่ยวเจวียน บะหมี่เสร็จหรือยังเจ้าคะ คุณชายบอกว่าหิวแล้ว”
พอได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวเจวียนก็เบียดถังตันชิงออกไปทันที ก่อนคว้าตะหลิวด้ามใหญ่แล้วตักบะหมี่ตุ๋นในหม้อใส่จานกระเบื้องขาวอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวก่อน เหตุใดเจ้าไม่เหลือไว้ให้ข้าสักชามเล่า”
เสี่ยวเจวียนคร้านจะสนใจเขา นางยกบะหมี่วิ่งออกจากครัวเล็กไปทั้งอย่างนั้น
ถังตันชิงเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างพูดไม่ออก เลียรสชาติที่ติดอยู่ตรงมุมปาก ก่อนรีบก้าวตามออกไป “รอข้าด้วยสิ ข้ายังชิมไม่ทั่วถึงเลย!”
ห้องโถงใหญ่ในเรือนไม้ไผ่
เฉินเยี่ยนเซียวจิบสุราแล้วมองบะหมี่ที่เพิ่งยกออกจากหม้อ ก่อนถามอย่างสงสัยว่า “ของสิ่งนี้หอมดี ทำอย่างไรหรือ?”
“ความลับ”
ลู่สืออันตอบสั้น ๆ อย่างไม่ไว้หน้า รับชามบะหมี่ที่เสี่ยวเจวียนตักให้แล้วก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย
หลังผ่านการหลอมกายด้วยพลังเที่ยงธรรมอันยิ่งใหญ่ถึงสองครั้ง พละกำลังของร่างกายเขาในตอนนี้เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นของจิตยุทธ์ระดับสี่แล้ว ต่อให้แต่ละวันเอาแต่นอนนิ่ง ๆ การเผาผลาญพลังเลือดลมก็ยังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว วิธีเติมพลังเลือดลมที่ง่ายที่สุดก็คือการกิน
พอดีว่าลู่สืออันเป็นนักกินตัวยงอยู่แล้ว
เมื่อเทียบกับการกินโอสถพลังเลือดลมที่แพงหูฉี่ เขาชอบความอิ่มเอมจากอาหารที่ทำด้วยธัญพืชทั้งห้าชนิดมากกว่า
