สำนักศึกษาหมิงเต๋อ
เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งเดินคอตกออกมาจากห้องเรียน ราวกับฝูงซอมบี้ที่เพิ่งหลุดพ้นจากกรงขัง
“ข้าว่าข้าใกล้ตายแล้วกระมัง”
“ข้าไม่อยากทำโจทย์อีกแล้ว ลาออกตอนนี้ยังทันหรือไม่?”
“ฮือ ๆ ท่านแม่ ข้าคิดถึงบ้านแล้ว!”
“คุณชายเขยหาใช่คนดีไม่ ข้าถูกหน้าตาหล่อเหลาของเขาหลอกเข้าให้แล้ว ฮือ ๆ...”
เฉิงโยวโยว เด็กหญิงร่างอวบใหญ่ มีรอยคล้ำใต้ตาดำสนิทสองข้าง นี่เป็นสัญญาณว่าพลังจิตของนางถูกใช้จนเกินขีดจำกัด
นับว่านางลำบากไม่น้อย ตั้งแต่เล็กจนโตล้วนได้รับการทะนุถนอมประหนึ่งไข่ในหิน ไม่เคยสัมผัสด้านมืดของโลกเลยสักนิด
วันนี้ลู่สืออันมอบบทเรียนให้แก่นางอย่างจัง
“จริงด้วย คนหน้าตาดีมักหลอกลวงเก่งที่สุด”
เฉิงโยวโยวนั่งแผ่หมดแรงอยู่บนระเบียง ข้างกายนางมีสหายหลายคนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก พวกเขามองหน้ากันไปมา ก่อนเด็กน้อยคนหนึ่งจะเตือนเสียงเบาว่า “พี่โยวโยว ที่จริงคุณชายเขยก็ไม่ได้หลอกพวกเรานะ เป็นเพราะพวกเราสู้คุณหนูใหญ่ไม่ได้ต่างหาก”
“ฮือ ๆ คุณหนูใหญ่จะผิดได้อย่างไร นางทำไปก็เพื่อพวกเราทั้งนั้น!”
คนที่เฉิงโยวโยวนับถือที่สุดมาตั้งแต่เล็กก็คือคุณหนูใหญ่หลี่เยวี่ยเหยา จะให้นางพูดว่าคุณหนูใหญ่ไม่ดีสักคำ มิเท่ากับตบหน้าเฉิงโยวโยวหรอกหรือ
“เอาเข้าจริง พวกเรายังไม่ใช่คนที่น่าสงสารที่สุดเสียหน่อย พวกเจ้าดูคุณหนูรองกับพี่ตู้รองสิ ป่านนี้ยังทำโจทย์กันอยู่เลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็หันไปมองสามคนที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังในห้องเรียน
คุณหนูรองหลี่ซิงเหยา ตู้หยิงซิงแห่งตระกูลตู้ และฟางอี้เจินแห่งตระกูลฟาง
ทั้งสามเหงื่อท่วมตัว มิใช่เพราะโจทย์ยากเกินไป
แต่เป็นเพราะคุณหนูใหญ่หลี่เยวี่ยเหยายืนหน้าขรึมอยู่ตรงหน้า แส้สอนในมือเปี่ยมด้วยไอสังหาร ฟาดคนทีไรเจ็บปวดจนแทบขาดใจ
“พี่สาว เหตุใดพวกเขาไม่ต้องฝึกเพิ่ม มีแต่พวกเราสามคนที่ต้องฝึกเพิ่ม แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย”
“ไม่ยุติธรรมงั้นหรือ?”
