“พี่ซั่ว เขา... เขาคุณชายหลี่จริงหรือ?”
ลานประลองยุทธ์
หลี่หลิงเหยายังคงไม่อยากเชื่อ หลังจากตั้งสติได้อย่างยากลำบาก นางก็รีบคว้าแขนหลี่ซั่วเพื่อขอคำยืนยัน
หลี่ซั่วมองน้องสาวลูกพี่ลูกน้องคนเล็กที่เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งตระกูล แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มขื่นขมว่า “หลิงเหยา บุรุษดี ๆ ในใต้หล้ามีมากมาย...”
“ถ้าอย่างนั้น ลู่สืออันก็คือคุณชายหลี่ไท่ไป๋จริง ๆ หรือ?!”
ดวงตากลมโตของหลี่หลิงเหยาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา นางค่อย ๆ เงยหน้ามองหลี่เยวี่ยเหยาบนแท่นสูง ผู้กำลังจ้องกลับมาด้วยแววตาเย็นชา
คราวนี้ นอกจากความพ่ายแพ้ให้หลี่เยวี่ยเหยาแล้ว ในใจนางยังมีความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูกเพิ่มขึ้นมา ความรู้สึกเช่นนี้ นางไม่เคยประสบพบเจอตลอดสิบหกปีที่ผ่านมา
ราวกับมีบางสิ่งเพิ่งผลิบาน ทว่ายังไม่ทันโผล่พ้นผืนดิน ก็ถูกใครบางคนเหยียบย่ำจนดับสูญไปเสียแล้ว
ความรู้สึกเจ็บปวดนี้ ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ที่นางพ่ายแพ้ให้หลี่เยวี่ยเหยาเสียอีก ร้อยเท่า... ไม่สิ หมื่นเท่า!
“หลิงเหยา เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของหลี่ซั่วก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ทว่าหลี่หลิงเหยาราวกับไม่ได้ยินคำถามของเขา ดวงตาที่เคยเปี่ยมชีวิตชีวากลับกลายเป็นบึงน้ำนิ่ง ไร้ระลอกคลื่นใด ๆ อีก
บุรุษหนุ่มหลงใหลในโฉมงาม หญิงสาวหวั่นไหวในรัก
เดิมที สิ่งนี้ควรเป็นสิ่งงดงามที่สุดในโลก
แต่กลับ...
เมื่อเห็น จึงมิใช่การเห็น เมื่อเห็นแล้วยังห่างไกล การเห็นนั้นก็ไม่อาจเอื้อมถึง
บุปผาร่วงโรยมีใจตามสายน้ำไหล ทว่าสายน้ำไร้ใจ ไม่คิดอาลัยบุปผา
แรกพบกัน ณ สวนแม่น้ำฉวี่เจียง เพียงสบตาคุณชายลู่ ก็ตราตรึงไปชั่วชีวิต...
“เฮ้อ...”
บนแท่นสูง เมื่อหลี่เยวี่ยเหยาเห็นท่าทางของหลี่หลิงเหยา นางก็อดถอนหายใจยาวไม่ได้