ค่ำคืนนี้ นครเซิ่งจิงทั้งเมืองล้วนไม่สงบ
เพราะสตรีผู้นั้นกลับมาแล้ว
อดีตองค์หญิงหกแห่งต้าจิ่ง ตอนอายุเพียงห้าขวบก็ถูกบรรพชนสกุลเว่ยพาเข้าสำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ยเพื่อเริ่มศึกษา ครั้นอายุสิบห้าปีก็ออกท่องยุทธภพ พาศิษย์พี่ศิษย์น้องกลุ่มหนึ่งที่รักและเอ็นดูนางยิ่ง รวมแล้วไม่ถึงยี่สิบคน เดินทางไปทั่วทุกแห่งเพื่อกวาดล้างรังสัตว์อสูรที่ใหญ่ที่สุดเจ็ดแห่งในต้าจิ่ง รักษาความสงบให้ราษฎร
ไม่มีใครรู้ขอบเขตบำเพ็ญเพียรที่แท้จริงของนาง เพราะนางไม่เคยลงมือด้วยตนเอง
คนจากห้าตระกูลใหญ่ต่างรู้ดีว่า ในบรรดาผู้คนของสำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ย นางคือผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีที่สุด แม้จะเป็นเพียงคนภายนอกก็ตาม
นางไม่ใช่ศิษย์สายตรง ทั้งไม่ได้เข้าสำนักอย่างเป็นทางการเหมือนยอดอัจฉริยะจากแคว้นต่าง ๆ ทว่ากลับมีสายสัมพันธ์กว้างขวางจนผู้คนเห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้
ครั้งที่นางรุ่งโรจน์ที่สุด แม้แต่จักรพรรดิเหวินชาง เว่ยหลินอี้ ยังมีอำนาจไม่เท่าคำพูดของน้องสาวคนที่หกของตน
เพราะห้าตระกูลใหญ่จะไม่ไว้หน้าจักรพรรดิต้าจิ่งก็ยังได้ แต่ไม่กล้าไม่ไว้หน้ายอดอัจฉริยะเหล่านั้นแห่งสำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ย
บุคคลผู้นี้ก็คือ เว่ย·องค์หญิงหกแห่งต้าจิ่ง·หลิน·ตัวก่อเรื่องแห่งสำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ย·ซิน
“ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย~”
“พระชายาเป็นอะไรไปหรือ?”
เว่ยหลินซินขยี้จมูก พลางโบกมือส่ง ๆ “คงเป็นนังชุยเป่าจูที่กำลังด่าข้าลับหลังอยู่กระมัง”
อ๋องเจิ้นเป่ยหลี่ติ่งได้ยินดังนั้นก็เดือดดาล คิดจะย้อนกลับไปจัดการนางทันที
เว่ยหลินซินเห็นเช่นนั้นก็รีบคว้าตัวเขาไว้
“พอเถิด หากกลับไปอีกครั้ง ไม่เพียงพวกเฒ่าจากตระกูลชุยเจียงจิ่วจะต้องออกหน้า แม้แต่ทางท่านปู่เล็กก็ยากจะชี้แจง ตัดมือนางไปข้างหนึ่งก็พอแล้ว”
