ประตูจี้รวมปราชญ์หลากสำนัก สนทนากันอย่างออกรสโดยไม่ยุ่งเรื่องการปกครอง
สายน้ำลั่วหลอมรวมสรรพศาสตร์ ต่างอภิปรายหนทางของตนอย่างกว้างขวาง
ใจกลางแผ่นดินฮ่าวหราน
สถานที่แห่งนี้มีนามว่าเกาเทียน
ใต้เกาเทียนมีสายน้ำสายหนึ่งชื่อว่าลั่ว นับเป็นแม่น้ำสายใหญ่เพียงสายเดียวในแผ่นดินฮ่าวหรานที่เชื่อมต่อภูเขา ทะเล สำนักศึกษา และราชวงศ์ทั้ง 3 เข้าด้วยกัน
เกาเทียนเป็นเทือกเขาวงแหวนที่ทอดยาวต่อเนื่องหลายร้อยลี้
รอบนอกเทือกเขามียอดเขาสูงเสียดเมฆ 24 ยอด โอบล้อมแอ่งที่ราบกว้างใหญ่ใจกลางเอาไว้ สำนักศึกษาจี้เซี่ยซึ่งเป็นสำนักศึกษาลำดับหนึ่งแห่งแผ่นดินฮ่าวหราน ตั้งอยู่ใจกลางที่ราบแห่งนี้
สำนักศึกษาจี้เซี่ยมีสำนักย่อยทั้งหมด 72 แห่ง เจ้าสำนักแต่ละแห่งล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นบรรลุสวรรค์ระดับเจ็ด หรือผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิยุทธ์ระดับแปด
นอกจากนี้ รอบนอกยังมีเจ้าของยอดเขาทั้ง 24 คอยประจำการ เจ้าของยอดเขาแต่ละคนล้วนเป็นมหาบัณฑิตผู้ได้รับสมญานามระดับแปด และยอดฝีมือขั้นปราชญ์ยุทธ์ระดับเก้า
ส่วนตำแหน่งจี้จิ่วแห่งสำนักศึกษา มีเพียงปราชญ์ขงจื๊อระดับเก้าเท่านั้นที่รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้
จี้จิ่วผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้คือบรรพชนแห่งตระกูลซวินแห่งอิ่งชวนในต้าฝู ดำรงตำแหน่งมาเกือบ 2,000 ปีแล้ว
ณ ที่แห่งนี้
ยอดเขาตานหยาง
หนึ่งใน 24 ยอดเขารอบนอก เป็นสถานที่บำเพ็ญอย่างสันโดษของมหาบัณฑิตผู้ได้รับสมญานาม ตานหยางจื่อ
บนลานโล่งเล็ก ๆ บนยอดเขา ชายชราสองคนกำลังประลองหมากล้อมกัน
ชายทางซ้ายก็คือมหาบัณฑิตผู้ได้รับสมญานาม ตานหยางจื่อ ผู้เคยผ่านจวนอ๋องเจิ้นเป่ยในวันนั้น และหลอกเอาไก่ขอทานตัวหนึ่งมาจากลู่สืออัน
ชายชราทางขวามีสีหน้าเคร่งขรึม สวมชุดคลุมนักปราชญ์หรูหราขับให้ร่างดูสง่างาม แม้ผมเคราเป็นสีขาว แต่กลับมีบารมีของผู้มีอำนาจที่ยากจะปิดบัง
