"เด็กน้อย ปีใหม่นี้อยู่บ้านได้กี่วันนะ"
คนพูดคือคุณอารองของถังซิน
"ถ้าหน่วยงานไม่มีอะไรก็อยู่ได้ 7-8 วันน่ะ"
ถังซินนั่งเป็นเพื่อนน้อง ๆ ในการเล่นไพ่นกกระจอก
ความจริงแล้วตัวถังซินเองเล่นไม่เป็นจริง ๆ ฝืนจำกฎได้ก็ต้องให้ทุกคนคอยเตือนตลอด
ตั้งแต่เด็กเธอไม่เล่นเกมเลย ไม่ว่าจะเป็นไพ่กระดาษ ไพ่นกกระจอก เกมออนไลน์ เกมกระดาน อะไรที่เกี่ยวกับเกมเธอไม่เอาเลย แม้แต่เป่ายิ้งฉุบยังลำบาก
หัวสมองด้านนี้ไม่มีมาแต่เกิด
แต่จนใจที่กลับมาคราวนี้ ทนไม่ไหวที่น้อง ๆ ก็หัดเล่นใหม่เหมือนกัน กำลังติดใจจนรวมวงไม่ได้ ผู้ใหญ่ในบ้านก็วุ่นเตรียมอาหารมื้อส่งท้ายปี จะมาเล่นสนุกด้วยได้ยังไง ถังซินเลยถูกจับยัดขึ้นโต๊ะทั้ง ๆ ที่ไม่พร้อม
"พี่ พี่ พี่ ถึงตาพี่แล้ว! โอย คุณอารอง อย่ากวนพี่นะ พี่ก็งงจะแย่แล้ว"
น้องเล็กพอได้ยินคุณอารองจะชวนพี่ใหญ่คุยต่อก็รีบขัดขึ้นมาทันที
"ได้ ๆ ๆ ไม่พูดแล้ว พวกเธอเล่นชนะเมล็ดทานตะวันกันเอาสนุกสนานดีนะ"
คุณอารองยิ้มแย้มไม่ขัดจังหวะแล้ว
ถังซินแอบกดไลค์ให้น้องเล็กอยู่มุมโต๊ะไพ่เงียบ ๆ
น้องเล็กตอบกลับด้วยสายตาฉันเข้าใจพี่นะ
คุณตาคุณยายมีลูกสาว 4 คนตลอดชีวิต รูปโฉมต่างมีเอกลักษณ์คนละอย่าง
แม่ของถังซินเป็นพี่ใหญ่ ทั้งพ่อทั้งแม่ทำงานในระบบ ทำให้พูดจาค่อนข้างมีน้ำหนักในครอบครัว
คุณอารองสมัยก่อนทำธุรกิจกับคุณอาสามี สุดท้ายธุรกิจใหญ่ขึ้น ครอบครัวก็แตกไป ผู้ชายใจทรามคิดว่าเมียเก่งเกิน เลยหนีไปเลี้ยงลูกคนอื่น
คุณอาสามหน้าเหมือนคุณตาที่สุด สวยมากที่สุดด้วย สุภาพอ่อนโยนมาตลอดชีวิต ชีวิตคู่ก็ไม่ค่อยดี แต่มีคนรักใคร่ดูแลมาตลอด
คุณอาเล็ก น่ารักสดใสมีชีวิตชีวา ตอนสาวแต่งกับตระกูลใหญ่ ชีวิตไม่เคยขาดเงิน แถมเล่นกับเด็ก ๆ ได้ดีที่สุด น้องที่ขัดจังหวะเมื่อกี้ก็ลูกของคุณอาเล็กนี่แหละ
ยี่สิบเก้าตามจันทรคติ ทุกคนมารวมตัวที่บ้านคุณตาคุณยายเตรียมของปีใหม่กัน พอถึงวันปีใหม่ต้องไปบ้านปู่ย่าตายายของพ่อ กลับมาวันที่สามตามปฏิทินจันทรคติ
ยังดีที่คุณอารองกับคุณอาสามอยู่กับผู้เฒ่าในวันปีใหม่ได้ทุกปี
ถึงพูดแบบนี้จะดูไม่ดีนัก แต่มันก็เป็นความจริง
"พี่ ตอนอยู่ปักกิ่งเป็นยังไงบ้างคะ"
เฉินเชียนเชียน น้องสาวคนโตลูกคุณอาสา ตีไพ่สองปิ้งออกพลางถามขึ้น
ถังซินจั่วไพ่ขึ้นมาหนึ่งใบ ลังเลหนัก
"ก็พอได้ แค่งานที่หน่วยยุ่งมาก เรื่องกระจุกกระจิกเยอะแยะ"
"สมัยนี้หน่วยงานไหนก็เป็นอย่างนี้แหละ อิจฉาพี่สาวฉัน"
สวีเยว่เหยียน น้องสาวคนเล็กลูกคุณอาเล็ก เอ่ยขึ้นบ้าง เธอเพิ่งสอบเข้าทำงานราชการที่เฉิงตูเมื่อปีนี้
น้องสาวลูกคุณอาสาเป็นเด็กศิลป์ หลังจบมหาวิทยาลัยก็ไปเป็นครูที่โรงเรียนเอกชนมัธยมแห่งหนึ่ง ต่อมาโรงเรียนไปไม่รอด ก็เลยลาออกกับแฟนกลับบ้านเกิด
สองคนเปิดสถาบันกวดวิชา รายได้เดือนหนึ่งไม่น้อย แถมเวลายังอิสระ
"พี่สาว ~ กับพี่เขยนี่งานดีจนพวกเราทำงานรับจ้างต้องอิจฉาชัด ๆ!"
"เธอไม่อยากเป็นลูกจ้างก็กลับมาสืบทอดกิจการบ้านเราสิ~" เฉินเชียนเชียนพูดแหย่
"ไม่เอาออก้า อายุยังน้อยจะต้องหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับพื้นดินอีกแล้วนะ~" สวีเยว่เหยียนทำท่าโอเวอร์จนทุกคนหัวเราะ
"เธอก็รู้นะ ไม่อ่านในเน็ตหรือไง คนจีนอย่างเราพออายุถึงจุดหนึ่งสิ่งที่ใฝ่ฝันที่สุดคือมีที่ดินเป็นของตัวเองสักผืน ปลูกเองกินเอง"
ถังซินยิ้มพลางเคาะหัวน้องสาวเบา ๆ
"แต่ ใครจะชอบลงมือไถนาเองเป็นหลายร้อยไร่ล่ะ"
"นี่เธอเล่นใหญ่ไปแล้วนะ~"
เถียนเจิง ลูกชายคุณอารองที่ไม่เคยปริปากเลย ก็เอ่ยขึ้นมา
ตอนนั้นคุณอารองหย่า ไม่เอาอะไรเลย แม้แต่ลูกก็ไม่เอา ยุคเก้าสิบต้น ๆ ผู้หญิงหย่าพาลูกไปด้วยลำพังเอาตัวไม่รอดจริง ๆ
แต่ใครจะคิด เนื้อเรื่องในซีรีส์สั้นมันเกิดในชีวิตจริง มีพ่อเลวไม่สนใจลูกตัวเอง แต่ไปเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงอย่างดี
หลายปีมานี้กิจการของคุณอารองเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ถึงเริ่มสานสัมพันธ์กับลูก แต่เสียดายนิสัยไม่เหมือนตอนเด็กแล้ว ถึงอย่างนั้นหลายปีที่ค่อย ๆ ปรับก็ดีขึ้นมาก
"พี่สอง ฉันไม่ได้เล่นใหญ่นะ ฉันเป็นเด็กผู้หญิง อันนี้ไม่ไหวจริง ๆ"
สวีเยว่เหยียนมองไปทางครัว :
"ดูคุณอาใหญ่กับคุณอาสามีใหญ่สิ หวานกันมาทั้งชีวิต ทำงานในระบบกันทั้งคู่ ดีจังเลย~"
"ถึงได้เป็นเหตุผลที่เธอต้องสอบเข้าราชการงั้นสิ"
เฉินเชียนเชียนถามกลับ
"ก็ประมาณนั้นแหละ~ ตั้งแต่เด็กฉันรู้สึกว่าคุณอาใหญ่กับคุณอาสามีใหญ่เป็นแบบอย่างเลย"
"พูดแบบนี้ให้คุณอาใหญ่กับคุณอาสามีใหญ่ได้ยินคงได้ชมเธอปากหวานอีกแน่"
"พี่ใหญ่ ทำไมถึงเลือกสอบไปปักกิ่งล่ะ อยู่บ้านเรา คุณอาใหญ่กับคุณอาสามีใหญ่ก็ช่วยพูดได้นะ"
"เฮ้อ ก็คิดไม่ตกชั่ววูบน่ะ"
ถังซินยิ้มอ่อนโยนตอบ
"เฮ้ ๆ ๆ นี่มันเล่นใหญ่ขั้นเทพเลยนะ พี่หมายความว่าจะสอบที่ไหนก็สอบได้นี่นา!"
"เธอก็สอบติดทีเดียวเหมือนกันนะ~"
"หน่วยงานของฉันกับพี่มันต่างกันคนละเรื่องเลยน่า! ของพี่นั่นเมืองหลวงนะ แถมยังไปกับพี่เขยอีก อิจฉาชะมัด"
"เลิกแล้ว"
ถังซินรับคำอย่างนิ่ง ๆ แล้วพูดต่ออย่างนิ่ง ๆ :
"ดูเหมือนฉันจะชนะแล้วนะ"
น้องสาวสองคนก็ไม่สนใจแล้วว่าจะชนะไม่ชนะ ตรงเข้ารื้อกองไพ่ทันที
"พี่ ไปเล่นมือถือตรงนั้นก่อนเถอะ!"
เถียนเจิงก็ไม่โกรธ ยิ้ม ๆ หยิบมือถือไปซุกเล่นเกมบนโซฟา บทสนทนาของสาว ๆ เริ่มต้นขึ้น
ถังซินถูกสองคนนั้นพาตัวไปที่ห้องเล็ก ปิดประตู
มองสองคนที่ไม่ถามให้รู้เรื่องคงไม่ปล่อยเธอแน่ ถังซินแบมืออย่างเปิดเผย นั่งลงบนเตียงอย่างสบายใจ :
"ฉันสงสัยอย่างมีเหตุผลนะว่า เธอสองคนขี้โกงไม่อยากให้ฉันชนะเมล็ดทานตะวัน"
"พี่ อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ!"
น้องสาวสองคนนี้ คนหนึ่งเด็กกว่าเธอ 3 ปี อีกคนเด็กกว่า 5 ปี ตอนที่เธอคบกับแฟน คนหนึ่งอยู่มัธยมต้น อีกคนอยู่มัธยมปลาย ไม่รู้ทำไมถึงสนใจเรื่องของเธอจัง
อ๋อ คนที่เด็กกว่า 7 ปีนี่เคยได้รับพระคุณจาก'อดีตพี่เขย' คือติวหนังสือให้น่ะ
"พี่ พี่เขยหล่อจะตาย! เลิกทำไมล่ะ!"
ถังซินมองสวีเยว่เหยียนอย่างขำ ๆ สมกับที่ยังเด็กจริง ๆ :
"ยุคนี้หล่อกินได้เหรอ!"
"พี่เขยก็ดีกับพี่มากเลยนะ! สมัยมหาวิทยาลัยก็เป็นคู่สวรรค์สร้าง!"
ดูสิ แม้แต่เฉินเชียนเชียนที่ปกติอารมณ์นิ่ง ๆ ยังร้อนรนตามไปด้วย
ถังซินดึงทั้งสองคนมานั่งข้างเตียงด้วยกัน :
"ดีจริง แต่ฉันดีกว่าไม่ใช่เหรอ!"
"งั้นพี่เขยถูกคุณหนูที่ไหนในปักกิ่งฉกไปเหรอ"
"ทำไมถึงเป็นเขาถูกคนอื่นมองไม่ใช่ฉันเล่าล่ะ"
สวีเยว่เหยียนมองหน้าพี่สาวตัวเองที่สวยเอาจนไม่รู้ตัว แล้วนึกถึงหน้าอันหล่อเหลาของอดีตพี่เขย ก็ได้แต่นิ่งไปก่อนจะพูดอย่างหนักแน่น :
"พี่เขย เอ้อ อดีตพี่เขย"
โดนถังซินจ้องเลยเปลี่ยนคำทันที :
"หน้าตาอดีตพี่เขยน่ะ จะหลงได้ก็แค่เพราะเงินเท่านั้นแหละ"
ถังซินอดขำไม่ได้
"ฐานะทางบ้านอดีตพี่เขยของเธอก็ไม่เลวนะ"
"ขอร้องเถอะพี่ นั่นปักกิ่งนะ เมืองหลวงเลยนะ! อยู่ทางอีสานเราน่ะใช่ ครอบครัวพี่เขยมีทรัพย์สินกับอิทธิพลอยู่บ้าง แต่ที่ปักกิ่งน่ะพอไปวัดรึ"
"ถ้าเธอพูดอย่างนั้น ฉันไม่ค้าน"
เรื่องนี้ถังซินยอมรับ ปักกิ่งน่ะ คนรวยเป็นอะไรไปได้ด้วยซ้ำ วงสังคมปักกิ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจ เงินหลายร้อยล้านหรือหลายพันล้านในมือนักธุรกิจอาจเป็นแค่ก้อนอิฐเล็ก ๆ ที่ใช้เคาะประตูเท่านั้น
แล้วก้อนอิฐเคาะประตูนี่จะเคาะไปถึงชนชั้นไหน ก็ยิ่งเลือกไม่ได้
เห็นน้องเล็กเริ่มถูกพี่สาวพาไปนอกเรื่อง เฉินเชียนเชียนเลยห้ามทันควัน :
"นั่นไม่ใช่ประเด็นนะ พี่ ความสัมพันธ์เจ็ดปีของพวกพี่..."
