“พี่ฉือเก่งมากเลย”
หลินซีว่างพูดจากใจจริง
“ตอนนี้มีแค่เขาที่คอยยันอยู่ข้างนอก”
เด็กสาวพูดพลางเม้มปากอย่างหงุดหงิด
“โทษฉันเอง ประมาทจนโดนเข้าให้”
สีหน้าของเสิ่นชิงหรานดูประหลาดเล็กน้อย
เขากดขมับตัวเอง
“เสี่ยวฉือปฏิกิริยาช้าไปครึ่งจังหวะ”
“ตอนเงาร่างปรากฏขึ้น ลูกธนูของเขาก็พุ่งทะลุผ่านไปแล้ว”
ไม่ใช่ว่าเขาลังเล แต่เป็นเพราะยังไม่ทันตั้งตัวเลยต่างหาก
จะว่าไปก็เหมือนกับว่า
เวลารอโหลดของอวี๋ฉือดันชนคูลดาวน์กับสกิลล่อลวงของ"ราชินีหมาป่าลิลิธ"พอดี
เจียงไหลสูดปากเบา ๆ
นักธนูโจมตีระยะไกลคนหนึ่ง กำลังล่อบอสอยู่ข้างนอกงั้นเหรอ?
ทั้งสามสบตากัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากพื้นทันที
“ต้องรีบหาทางออกไปให้ได้”
เสิ่นชิงหรานขยี้ผมตัวเอง
ยากจะจินตนาการว่าตอนนี้อวี๋ฉือจะเป็นยังไงบ้าง
“แต่ตอนนี้พวกเราอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกันแน่?”
หลินซีว่างกวาดตามองไปรอบ ๆ
แล้วก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง
“ที่นี่เป็นภาพลวงตาเหรอ?”
จิงอวิ๋นซิ่วแบมือออกแล้วกำหมัด
ทำซ้ำอยู่หลายครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วบาง ๆ
“ดูไม่ค่อยเหมือนภาพลวงตา”
จิงอวิ๋นซิ่วครุ่นคิด “ความรู้สึก...แปลกมาก”
เธอพูดไม่ถูกว่าความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร
ทั้งที่ออกแรงจนสุดแล้ว แต่สัมผัสบนมือกลับยังนุ่มนิ่ม
ไม่มีความเจ็บแปลบจากเล็บจิกลงบนฝ่ามือ
เหมือนกำลังฝันอยู่
พอเห็นท่าทางของจิงอวิ๋นซิ่ว เสิ่นชิงหรานก็ได้สติขึ้นมาเช่นกัน
เขายื่นมือไปหยิกตัวเองแรง ๆ ทันที