เจียงไหลขยับปลายหูเล็กน้อย
เธอได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากนอกประตูอย่างเลือนราง
แผ่วเบา ขาด ๆ หาย ๆ
เสียงนั้นค่อย ๆ ใกล้เข้ามา จนชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
พอรู้ว่าเป็นเสียงอะไร หนังศีรษะของเจียงไหลก็ชาวาบ
—เสียงร้องไห้ของผู้หญิง
แต่กลับไม่มีเสียงฝีเท้า
ราวกับมีบางสิ่งที่เท้าไม่แตะพื้น
เดินวนเวียนไปพลาง ร้องไห้คร่ำครวญไปพลาง
เจียงไหลสูดปาก ยืดตัวขึ้นยืน
มิน่าล่ะถึงไม่มีผู้เล่นคนไหนกล้าออกไปข้างนอกตามอำเภอใจ
บางทีเสียงนี้อาจไม่ได้เพิ่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
มันอยู่ข้างนอกประตูมาตลอด
เพียงแต่เพราะเดินวนไปมา เสียงจึงฟังดูใกล้บ้างไกลบ้าง แผ่วเบาบ้างชัดเจนบ้าง
จู่ ๆ เธอก็เริ่มเป็นห่วงผู้กล้าที่ทุบหน้าต่างคนนั้นขึ้นมา
“ตึง—”
ทันใดนั้น เสียงระฆังทุ้มหนักก็ดังมาจากนอกหน้าต่าง
“ตึง—ตึง—”
เมื่อเสียงระฆังเงียบลง เสียงร้องไห้แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินก็พลันหายไป
ขณะเดียวกัน นอกประตูราวกับมีบางอย่างถูกกระตุ้น
ในบรรยากาศที่เมื่อครู่ยังเงียบสนิท เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยค่อย ๆ ดังขึ้น
เหล่าสาวใช้ทักทายกันพลางวุ่นอยู่กับงาน
ส่วนยามลาดตระเวนเดินไปมา พร้อมเสียงเกราะกระทบกัน
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ได้ยินเสียงร้องไห้นั่น
ภาพตรงหน้าคงดูราวกับว่า—
วันแสนสุขในนิทานกำลังเริ่มต้นขึ้น
เจียงไหลรออยู่ครู่หนึ่ง พอแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นอีก
และยืนยันได้ว่านี่คือ "ระฆังสวดมนต์ยามรุ่งอรุณ" เธอจึงเปิดประตูห้อง