เสียงเครื่องยนต์คำรามสนั่นตอนรถสตาร์ท ทำเอาจ้าวซีเยี่ยนสะดุ้งโหยง
“อย่ากลัวไปเลย”
ฉินหวยหรูกุมมือเขาไว้
“กลัวอะไร?” จ้าวซีเยี่ยนถามอย่างแปลกใจ
“ไม่กลัวแล้วเธอจะสะดุ้งทำไม?” ฉินหวยหรูหัวเราะ “ตัวก็ไม่ใหญ่ แต่ขี้เก๊กจังนะ...”
จ้าวซีเยี่ยนถึงบางอ้อทันที
ที่แท้ฉินหวยหรูนึกว่าเขากลัวเสียงเครื่องยนต์นี่เอง
ใช่แล้ว เขากลัวเสียงเครื่องยนต์จริง ๆ นั่นแหละ ก็มันดังซะขนาดนี้
โดยเฉพาะตอนรถออกตัว สั่นคลอนโคลงเคลง
แถมยังมีคนเต็มคันแบบนี้ เขากลัวรถจะพังกระจุยจริง ๆ
“ถ้ากลัว ก็ซบพี่มา” ฉินหวยหรูพูดพลางหน้าแดง
“ทำไมพี่ถึงดีกับผมจัง?” จ้าวซีเยี่ยนถามด้วยความสงสัย “เรารู้จักกันยังไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ?”
“พี่ชอบเธอไม่ได้รึไง?”
ฉินหวยหรูสะบัดมือเขาอย่างหัวเสีย “พี่เป็นผู้หญิงยังไม่กลัวเลย เธอเป็นหนุ่มเป็นแนงทำไมขี้ระแวงนัก คิดว่าพี่อยากได้สมบัติพ่อเธอหรือไง?”
“ก็ต้องอยากได้อะไรสักอย่างนั่นแหละ” จ้าวซีเยี่ยนยัดไข่สองฟองใส่มือเธอ พร้อมยิ้มบาง “คนโบราณว่าไว้ ดีเกินเหตุ ต้องมีเหตุร้าย...”
“จ้าวซีเยี่ยน...”
ฉินหวยหรูหันมามองเขม็ง
ไอ้นี่ทำไมไม่เห็นแก่หวังดีของกันบ้างเลย?
จ้าวซีเยี่ยนมองเธอด้วยรอยยิ้ม “พี่ฉิน ถนอมแรงไว้เถอะ ยังต้องนั่งรถอีกตั้งหลายชั่วโมงนะ”
“หึ”
ฉินหวยหรูเบือนหน้าหนี ไม่พูดกับเขาอีก
จ้าวซีเยี่ยนถอนหายใจยาวอยู่ในใจ
เขาไม่ใช่เด็ก ย่อมรู้ดีว่าหลายคำพูดก็เอ่ยออกมาเป็นมุกตลก
อย่างเช่นประโยค “พี่ชอบเธอ” ของฉินหวยหรนั่น ก็น่ากลัวพอแล้ว
จู่ ๆ จะชอบใครมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก
ฉินหวยหรูเห็นจ้าวซีเยี่ยนไม่สนใจ ก็ยิ่งโมโห
ทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไร นั่งเงียบกันไป
จ้าวซีเยี่ยนเบื่อ ๆ เลยเริ่มนึกถึงทรัพย์สมบัติของตน
สินทรัพย์ทั้งหมดตอนนี้คือ 19 หยวน 3 เหมา 8 เฟิน ไม่รู้ราคาของตอนนี้ แต่เงินจำนวนนี้ต้องไม่มากแน่
ถ้าจะอยู่รอดต่อไป ก็คงต้องเข้าโรงงานเป็นวัวเป็นควายแล้ว
เพราะพ่อที่สารเลวและไม่เคยเห็นหน้าเขาเนี่ย ก็คือชนชั้นแรงงานผู้ทรงเกียรติ
แต่เมื่อชาติก่อนขนาดจะอดตายเขายังไม่เคยเข้าโรงงาน ตอนนี้จะให้เข้าโรงงาน ก็กลัวอยู่เหมือนกัน
จ้าวซีเยี่ยนเอื้อมมือไปแตะข้อมือตัวเอง แล้วก็ชะงักไป
รีบถกแขนเสื้อดู ตาแทบถลน
กำไลบนมือนี่ มันใช่ของที่เขาซื้อให้แฟนเก่ารึเปล่า? ปีนั้นแฟนเก่างอแง เขากัดฟันรูดบัตรเครดิตซื้อกำไลคาร์เทียร์ ราคาหมื่นแปดพันหยวน
แต่ยังไม่ทันได้ให้ ก็รู้ว่าเธอลบเขาทิ้งแล้ว
ไปสืบมาหลายทางถึงได้รู้ว่าเธอมีใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่
ลองนับวันดูสิ ให้ตาย เขาเป็นเอทีเอ็มเดินได้อยู่นานถึงครึ่งปี
ตั้งแต่นั้นมา ใจจ้าวซีเยี่ยนก็ดับดิ้น
เขาสมัครใจกลับไปอยู่เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่เจริญ ครึ่งปีก็สอบติด เป็นครูสอนประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมผู้ทรงเกียรติ
“เฮ้ ฉันพูดด้วยนะ”
“อะไรนะ?”
จ้าวซีเยี่ยนหันไป เจอหน้าเล็ก ๆ ที่ทั้งงอนทั้งน้อยใจ
“เธอจะไปที่ไหนในเมืองซื่อจิ่วเฉิง? เดี๋ยวพี่ดูให้ จะได้ไม่หลง”
“พี่ก็ไม่เคยไปเมืองซื่อจิ่วเฉิง จะรู้ได้ไง?”
จ้าวซีเยี่ยนปากแข็ง แต่กายซื่อตรง
เขาหยิบกระดาษยับ ๆ ออกมา ฉินหวยหรูชะโงกดู แล้วก็มองเขม็งอีก
“เธออ่านให้ฟังสิ”
“อ่าน?”
จ้าวซีเยี่ยนอึ้งเล็กน้อย
“พี่รู้จักตัวหนังสือไม่เยอะ”
ฉินหวยหรูพูดพลางหน้าแดง “ถ้าเธอไม่อ่าน พี่จะรู้ได้ไงว่าที่ไหน?”
“อืม พี่อ่านหนังสือไม่ออกเหรอ?”
จ้าวซีเยี่ยนอึ้งไปเลย
แต่แล้วก็เข้าใจทันที
ถ้าเป็นยุคของเขา ปี 52 การกวาดล้างการไม่รู้หนังสือเพิ่งเริ่มต้น
คนอ่านหนังสือไม่ออกมากมาย ก็เป็นเรื่องปกติ
“อ่านไม่ออกไม่ได้รึไง? เธอจะอ่านไหม?” ฉินหวยหรูขึงตาใส่
“อ่าน อ่าน...”
จ้าวซีเยี่ยนตอบเจื่อน ๆ “ถนนหนานหลัวกู่เซี่ยง เลขที่ 95...”
“ถนนหนานหลัวกู่เซี่ยง เลขที่ 95?”
ฉินหวยหรูตกใจเล็กน้อย “เธอก็ไปที่นั่นเหมือนกันเหรอ?”
“พูดแบบนี้... อืม พี่จะไปด้วยเหรอ?”
จ้าวซีเยี่ยนฉงน
นี่มันบังเอิญเกินไปรึเปล่า?
“พี่ไปที่นั่น... เยี่ยมญาติ” ฉินหวยหรูตอบหน้าแดง
“ดีจังเลย เรามาทางเดียวกัน” จ้าวซีเยี่ยนดีใจ
โชคดีจริง ๆ
กำลังกลุ้มไม่มีคนนำทางเลย ไม่นึกว่าระหว่างทางจะเจอคนร่วมเดินทาง
“อืม ทางเดียวกัน”
ฉินหวยหรูยิ้มแหย แล้วหันไปมองนอกหน้าต่าง
จ้าวซีเยี่ยนเห็นอารมณ์เธอตกลง ก็เบะปาก ไม่พูดกับเธออีก
เขาเอื้อมมือไปจับกำไล ทันใดนั้นรู้สึกเหมือนกำไลช็อตเขา
แล้วเขาก็ตาโต
ให้ตาย ไม่จริงรึเปล่า?
ในกำไลมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เขารีบหลับตาสัมผัส
ซูเปอร์มาร์เก็ตตระกูลจ้าว
ให้ตายสิ นี่มันกิจการของบ้านเขาไม่ใช่รึไง
ซูเปอร์ฯ ไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่เล็ก เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แถมต้องคอยส่งของให้ชาวนาจากหมู่บ้านแถบนั้น สินค้าเลยมีค่อนข้างครบ
จ้าวซีเยี่ยนลองหยิบไข่นกกระทาเล็ก ๆ จากชั้นวาง พอลืมตาก็พบว่ามีไข่นกกระทาอยู่ในมือจริง ๆ
แววตาเขาพลันซับซ้อน นี่มันคำพูดกลายเป็นจริงแท้ ๆ ได้สืบทอดกิจการบ้านจริง ๆ เสียแล้ว
ไฟในซูเปอร์ฯ เปิดอยู่ สว่างจ้า
จ้าวซีเยี่ยนลองเอาไข่นกกระทาวางคืน
ฟึ่บ!
ไข่นกกระทาหายวับไปจากมือทันที
ให้ตาย
จ้าวซีเยี่ยนแทบกระโดด
ของเอากลับไปได้ แล้วคนจะกลับไปได้รึเปล่า?
ตอนนี้เขาค่อนข้างเสียใจที่บอกเรื่องส่วนตัวให้ฉินหวยหรูรู้ ไม่งั้นคงลองได้ทันที
แต่ก็ได้แค่คิด แม้ฉินหวยหรูไม่รู้ตัวตนของเขา
แต่คนขับรถจะไม่รู้รึไง?
ยิ่งไปกว่านั้น จู่ ๆ คนทั้งคนหายไป
คนเต็มคันจะไม่ตกใจจนเป็นบ้ากันรึไง?
ฉินหวยหรูเห็นเขาทำหน้ากัดฟันบ้าง ยิ้มบ้าง ก็กระซิบถาม “เธอไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”
“เปล่า ผมสบายดี”
จ้าวซีเยี่ยนหัวเราะเบา “พี่ฉิน... จริง ๆ แล้วพี่เข้าเมืองไปทำอะไรน่ะ?”
“ก็บอกแล้วไง พี่ไป...”
“พี่นึกว่าผมสามขวบรึไง?”
จ้าวซีเยี่ยนแสร้งด่า “สมัยนี้งานมีการจัดสรรทั้งนั้น งานคนในเมืองยังจะไม่พอเลย พี่เป็นสาวบ้านนอก แถมอ่านหนังสือไม่ออก จะเข้าเมืองไปหางานได้น่ะมีที่ไหน”
“เธอ...”
ฉินหวยหรูขึงตาใส่เขา แล้วก็ทรุดพิงพนัก มองออกนอกหน้าต่าง “จริง ๆ แล้วพี่ไปดูตัวน่ะ มีคนแนะนำผู้ชายให้คนหนึ่ง”
“พี่เองก็ไม่เต็มใจ?” จ้าวซีเยี่ยนถามด้วยความสงสัย
“ตอนแรกก็ค่อนข้างเต็มใจ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว” ฉินหวยหรูหันมามองเขา “เสี่ยวจ้าว พี่ก็ชอบเธอนะ... เธอกับพี่ก็เป็นคนบ้านนอก ถ้าเราแต่งงานกัน ก็ไม่ต้องดูถูกกันเอง”
“แต่งงาน?”
จ้าวซีเยี่ยนได้ยินแทบช็อค
นี่มันอะไรกัน?
เจอกันไม่ถึงสามชั่วโมง ทั้งชอบทั้งแต่งงานเนี่ยนะ
คนยุคนี้มันตรงไปตรงมาขนาดนี้เลยหรือ?