“ฉันจำได้ว่าทางกระทรวงศึกษาธิการเคยรายงานมาว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศร่วมมือกัน เตรียมไปสำรวจมหาวิทยาลัยในประเทศเมกา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนครั้งต่อไป”
“ฉันจำได้ว่าในรายชื่อที่กระทรวงศึกษาธิการส่งมา ดูเหมือนจะมีมหาวิทยาลัยชิงเถิงที่ฉางซือหยวนกำลังศึกษาอยู่ด้วย”
การเดินทางเข้าออกประเทศทุกครั้งล้วนต้องทำวีซ่า
ประโยคนี้ทำให้แนวคิดในการวางกำลังของทั้งห้องประชุมสว่างวาบขึ้นมาทันที
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติเงยหน้าขึ้น เข้าใจแผนยุทธการได้อย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสุขุมและเด็ดขาด
“ในเมื่อมีคณะผู้แทนนักศึกษาที่ถูกกฎหมายเป็นฉากบังหน้า เราก็สามารถแทรกกำลังปฏิบัติการเข้าไปในภารกิจแลกเปลี่ยนครั้งนี้ได้”
“ให้หลินไขจี้มาที่นี่หน่อย”
ผู้นำที่นั่งอยู่หัวโต๊ะกดปุ่มสื่อสารข้างมือ สั่งการลูกน้อง
ระหว่างที่ทุกคนในห้องประชุมรอคอยอย่างกระวนกระวาย ณ เทือกเขาใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้
ฉีจินเยว่พานักศึกษาใหม่ฝ่ายม่วงมาถึงจุดนัดหมายแล้ว
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละนิด ฝีเท้าของทุกคนเบาจนแทบไร้เสียง เหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาตามแนวกรามของเหล่านักศึกษาใหม่
เฉิงยวี่เดินตามหลังเธอไม่ห่าง คอยระแวดระวังอยู่ตลอด ป้องกันไม่ให้ฉีจินเยว่หักหลัง
“ฐานที่มั่นบัญชาการของเราเข้าประจำตำแหน่งแล้ว คนของฝ่ายน้ำเงินอยู่ข้างหน้า ห่างออกไปราวหนึ่งพันเมตร พักสักครู่แล้วค่อยลงมือ”
ฉีจินเยว่ได้รับคำสั่งจากเจ้าซิงเชินผ่านหูฟัง จึงหันไปบอกเฉิงยวี่ที่อยู่ข้างหลังทันที
“...ได้”
เฉิงยวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยกมือปาดเหงื่อที่ชุ่มหน้าผาก
เขามองใบหน้าด้านข้างอันสงบนิ่งของฉีจินเยว่ ลมหายใจของเธอไม่รวนแม้แต่น้อย
