ชั่วขณะที่เซียวหลิ่นจูบลงมา ร่างของเย่หยุนถังก็แข็งทื่อขึ้นมาทันที
เขาไม่ได้จุมพิตแตะแผ่วราวแมลงปอบินเฉียดผิวน้ำ แต่กลับแทรกลิ้นเข้ามาอย่างลึกซึ้งหลังงัดริมฝีปากของเธอให้แยกออก
ชั่วขณะที่ปลายลิ้นของเขาสัมผัสเธอ หนังศีรษะของเย่หยุนถังก็ชาวาบ
ไม่รู้ว่าเธอนึกอะไรขึ้นมา จึงยกมือข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือออกแรงผลักอกเขา
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงต่อต้านของเธอ และนึกขึ้นได้ว่าเธอยังป่วยอยู่ เขาจึงยอมปล่อย
เขาก้มตามองเธอ ดวงตาดำลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง
เย่หยุนถังขยับใบหน้าออกห่างจากเขาเล็กน้อย ไม่ปล่อยให้ลมหายใจของทั้งคู่คลอเคลียกัน
เมื่อเห็นแววตาเขาคล้ายเจ็บปวด เย่หยุนถังก็อธิบายเสียงแหบพร่า “ฉันเป็นหวัด เดี๋ยวติดคุณ”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากบางเย็นชา น้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณไม่คิดถึงผมเหรอ”
เย่หยุนถังมองใบหน้าหล่อเหลาและเคร่งขรึมของเขา ขนตายาวสั่นไหว “คิดสิ แต่ฉันยังมีไข้ จูบกับคุณไม่ได้”
“ร่างกายผมแข็งแรง ไม่กลัวติดหรอก”
เย่หยุนถัง “……”
“เราไม่ได้จูบกันมานานแล้ว”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเย่หยุนถังคิดไปเองหรือเปล่า เธอกลับได้ยินความน้อยใจและผิดหวังแฝงอยู่ในน้ำเสียงของชายหนุ่มผู้เย็นชาและเฉียบคม
เดี๋ยวก่อน พวกเขาไม่ได้จูบกันมานานแล้วหรือ
นับนิ้วดูก็เพิ่งสามวันเอง ไม่ใช่สามเดือนหรือสามปีเสียหน่อย
“รอฉันหายก่อนค่อยจูบกัน อีกอย่างก็ไม่ได้ห่างกันนานขนาดนั้นนี่”
เช้าวันที่คุณปู่ของเขามา เธอยังถูกเขากดไว้กับตู้ตรงโถงทางเข้าแล้วจูบอย่างดุเดือดอยู่เลย
เซียวหลิ่นมองเย่หยุนถังด้วยสายตาหนักอึ้ง ไม่พูดอะไรอีก
