เย่หยุนถังเหลือบเห็นจากหางตาว่ามีคนด้านหลังกำลังจ้องเธอกับเซียวหลิ่นอยู่
เธอรีบผลักเซียวหลิ่นที่นั่งอยู่ใกล้ชิดออกไป “น้องชายฉันกำลังจะขึ้นแสดงแล้ว”
เซียวหลิ่นพยักหน้า “ได้”
แม้เธอจะผลักเขาออกห่างแล้ว แต่เขาก็ยังแยกขาทั้งสองข้างกว้าง ขาข้างหนึ่งแนบชิดกระโปรงของเธอ
เขานั่งหลังตรง กางเกงดูรัดตึงเล็กน้อย เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อบนต้นขา แฝงพละกำลังดิบไว้ภายใน ทั้งสุขุมขรึมและเปี่ยมด้วยพลังที่พร้อมปะทุ
กลิ่นอายความเป็นชายแกร่งสุขุมแผ่เข้ามาปะทะใบหน้า
เย่หยุนถังมองแล้วหัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
พละกำลังของเขาในบางเรื่องนั้นยอดเยี่ยมแค่ไหน เธอเคยสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้ว
พอนึกถึงคืนนั้น หน้าท้องของเธอก็เกร็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอเงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มยกมุมปากเป็นรอยยิ้ม จึงเอ่ยอย่างขัดเขินปนฉุนเฉียว “คุณยิ้มอะไร”
เซียวหลิ่นเอนร่างสูงใหญ่พิงพนักเก้าอี้ พลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชาที่เห็นจนชินเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ดีใจ”
เย่หยุนถังถลึงตามองเขาอย่างหมั่นไส้
เมื่อครู่เขาต้องเห็นสายตาที่เธอเหลือบมองต้นขาของเขาแน่ ๆ
ผู้ชายคนนี้ ภายนอกดูจริงจังเป็นงานเป็นการ แต่ที่จริงแล้วเจ้าเล่ห์สุด ๆ
“ฉันยังไม่ได้ตกลงกับคุณเลย คุณดีใจขนาดนี้เชียวหรือ”
เซียวหลิ่นก้มตามองเธอ “คุณบอกว่าชอบผมนิดหน่อย กลัวว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะถลำลึก แสดงว่าเสน่ห์ของผมไม่เบาเลย”
เย่หยุนถังมุมปากกระตุก “คุณนี่หลงตัวเองจริง ๆ”