วันรุ่งขึ้น ฝนยังคงตกไม่ขาดสาย
เซวี่ยเฮ่อถิงยืนอยู่ใต้ชายคา มองแมลงปีศาจดมกลิ่นหยกเขียวที่บินกลับมา สีหน้าเคร่งขรึม
หมิงไฉฮวาพิงกำแพง ยิ้มอย่างเกียจคร้านพลางกล่าวว่า “คราวนี้ลำบากแล้ว รอบด้านมีแต่น้ำ ฝนห่าใหญ่ยังชะล้างร่องรอยและกลิ่นทั้งหมดไปอีก การตามหาปีศาจวารีที่หลบหนีตัวนั้นยิ่งยากขึ้นไปอีก”
เซวี่ยเฮ่อถิงไล่ล่าปีศาจวารีตัวนั้นมานาน ช่วงแรกเป็นเพราะข่าวสารไม่เพียงพอ จึงเปิดโอกาสให้มันหลบหนีไปได้ ยามนี้เมืองฟางชุ่นถูกโอบล้อมด้วยหมอกไอน้ำ ยิ่งเอื้อให้ปีศาจวารีตัวนั้นซ่อนตัว
เขากล่าวเสียงขรึม “จับมันได้ช้าไปหนึ่งวัน ชาวเมืองก็ยิ่งตกอยู่ในอันตรายเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง”
“เช่นนี้ดีหรือไม่!” หมิงไฉฮวาขยับเข้ามา เอ่ยอย่างกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ “เจ้าคลายผนึกให้ข้า แล้วข้าจะช่วยตามหาปีศาจร้ายนั่น รับรองว่าจะไม่หนีไปไหน เป็นอย่างไร?”
เซวี่ยเฮ่อถิงกอดกระบี่ไว้ทั้งสองมือ มองม่านฝนแล้วเปิดโปงเขาอย่างไม่ไว้หน้า “ข้าจะไม่ถูกเจ้าหลอกอีกแล้ว หมิงไฉฮวา เจ้าหลอกเอาทรัพย์สินเงินทองของผู้คนไปมากมาย ต้องกลับมณฑลหยุนหลิงกับข้าเพื่อรับโทษตามกฎหมาย”
หมิงไฉฮวาสบถด่าอยู่ในใจหลายคำ แล้วเต้นเร่าอยู่ด้านหลังเซวี่ยเฮ่อถิง บัดนี้เขาทำได้เพียงทำท่าทำทางเหมือนจะตีอีกฝ่ายเพื่อระบายโทสะเท่านั้น
จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากทางเรือนหลัง “มีคนตาย!”
ประหนึ่งผิวน้ำในทะเลสาบอันสงบนิ่งถูกก้อนหินตกกระทบ ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังเรือนหลัง
คนเฝ้าประตูตกใจจนหน้าซีดเผือด ต้องให้คนสองคนประคองจึงยืนไหว “ข้า...ข้าได้ยินเสียงดังมาจากทางนี้ จึงเดินมาดู แล้วก็เห็น...เห็นศพนอนอยู่ในน้ำขัง”
