เมืองหนานเจียง ถนนปินเจียง
เบื้องบนของแม่น้ำหลีเจียงที่เดิมทีท้องฟ้าสดใสไร้เมฆ จู่ ๆ ก็เกิดฟ้าแลบแปลบปลาบขึ้นมา ตามด้วยวังวนขนาดมหึมาปรากฏขึ้น
ภาพเหตุการณ์เหนือธรรมชาตินี้ ทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างหยุดชะงักฝีเท้า
แต่ละคนอ้าปากค้าง ต่างจินตนาการไปต่าง ๆ นานา…
มนุษย์ต่างดาวบุก?
เซียนกำลังฝ่าภัยวิบัติ?
ท่ามกลางความตื่นตะลึง ผู้คนบนท้องถนนต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ในวังวนนั้นมีเงาร่างหนึ่งอยู่จริง ๆ
เป็นบุรุษหนุ่มในชุดคลุมยาวโบราณเนื้อดี ประดับผมด้วยมงกุฎ
ดวงตากำลังทอดมองไปทั่วเมืองหนานเจียง
เขาชื่อซูหยาง ตัวตนที่แท้จริงคือจักรพรรดิผู้ไร้เทียมทานหนึ่งเดียวแห่งโลกบำเพ็ญเพียรในตำนาน!
ไม่มีใครรู้ว่าที่นี่ต่างหากคือบ้านเกิดที่แท้จริงของเขา
ซูหยางตอนอายุหกขวบ ครั้งหนึ่งมีเซียนไร้เทียมทานที่ท่องไปในจักรวาลบังเอิญเดินทางผ่านโลก
เพียงแวบเดียวก็มองออกว่า ซูหยางคืออัจฉริยะแห่งการฝึกตนขั้นสุดยอดที่หายากยิ่งกว่าหนึ่งในร้อยล้านปี
เซียนผู้นั้นแค่แสดงพลังเหนือธรรมชาติให้เห็นเพียงเล็กน้อย พลางถามไปด้วยว่า
“เด็กน้อย เจ้าอยากคารวะเราเป็นอาจารย์ ฝึกฝนอิทธิฤทธิ์เหล่านี้ไหม?”
ซูหยางน้อยวัยหกขวบพยักหน้าอย่างงุนงง
นับแต่นั้น เส้นทางชีวิตของเขาก็พลิกผันอย่างใหญ่หลวง!
เข้าสู่ประตูเซียน ติดตามอาจารย์มายังโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอันไพศาล
พรสวรรค์ของซูหยาง เป็นเลิศล้ำไร้ผู้ใดเทียบทัน!
ผู้บำเพ็ญทั่วไปต้องใช้เวลาหลายสิบปีจึงจะบรรลุขั้นหลอมปราณเก้าชั้นได้ ซูหยางใช้เพียงสามปีก็บรรลุได้อย่างง่ายดาย!
ทว่าในยามที่ทุกคนคิดว่าเขาจะมุ่งมั่นทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของวิถีเซียน จู่ ๆ ระดับบำเพ็ญของซูหยางกลับหยุดชะงัก
ยาวนานถึงหกปี!
ไม่ว่าจะใช้ยาวิเศษมากมายแค่ไหน เขาก็ยังถูกคุมขังอยู่ในขั้นหลอมปราณเก้าชั้น ก้าวต่อไปไม่ได้แม้แต่น้อย
แม้กระทั่งอาจารย์ของเขาก็จนปัญญา มักจะทอดถอนใจว่าชะตาฟ้าลิขิต!
ยอดอัจฉริยะผู้ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ กลับไม่สามารถแม้แต่จะสร้างรากฐานได้!
หรือว่าฟ้าอิจฉาคนมีพรสวรรค์?
ในวัยสิบห้าปี ซูหยางผู้ไม่ยอมจำนนต่อความสามัญ ได้บุกเบิกวิถีเซียนที่ไม่เคยมีผู้ใดมาก่อน!
ในเมื่อสร้างรากฐานไม่ได้ ก็เดินหน้าหลอมปราณต่อไป…
เขาละทิ้งวิถีมหายานอันศักดิ์สิทธิ์แต่โบราณ สร้างวิถีการฝึกตนอันไร้เทียมทานด้วยตนเอง!
ทลายพันธนาการแห่งฟ้าดินของขั้นหลอมปราณลงในคราเดียว!
หลอมปราณชั้นที่สิบ!
หลอมปราณชั้นที่สิบเอ็ด!
หลอมปราณชั้นที่สิบสอง!
กาลเวลานับหมื่นปีผ่านไปราวกับดีดนิ้ว
ขั้นหลอมปราณของเขาถูกสะสมอย่างไม่ลดละจนถึงชั้นที่เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า!
ระดับบำเพ็ญที่พลิกโฉมความรู้ทั่วไปของโลกเซียนนี้ ทำให้พลังของเขาก็ก้าวไปถึงขั้นน่าสะพรึงกลัวเกินหยั่งถึง
เซียนไร้เทียมทาน? จักรพรรดิเซียน?
เบื้องหน้าซูหยาง ล้วนเป็นดั่งมดปลวก!
เขาได้รับการเคารพยกย่องจากสิ่งมีชีวิตมากมายในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร เรียกขานว่า จักรพรรดิหยาง
ไร้เทียมทาน คือความโดดเดี่ยวที่แท้จริงที่สุด
นับหมื่นปีที่ผ่านมา เขาได้แต่งงานกับจักรพรรดินีผู้เลอโฉมแห่งยุคทั้งปวง ลูกหลานกระจายอยู่ทั่วทุกภพภูมิ
ครอบครองดินแดนไร้ขอบเขต อำนาจสูงสุด แต่ในใจยังคงมีความยึดติดหนึ่ง
เขาอยากไปดูโลกในมิติที่สูงกว่า…
ซูหยางสัมผัสได้เลา ๆ ว่า เพียงแค่ทลายขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่หลอมปราณหมื่นชั้น ก็จะสามารถเจาะทะลวงกำแพงแห่งฟ้าดินของโลกบำเพ็ญนี้ได้
ทว่า ขีดจำกัดชั้นสุดท้ายนี้ กลับกักขังเขามานานนับหมื่นปี!
แม้จะมีพลังทลายฟ้า แต่ก็ไม่อาจก้าวผ่านไปได้แม้แต่นิดเดียว!
ขั้นหลอมปราณเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าชั้น แทบจะกลายเป็นปมมารในใจของจักรพรรดิหยาง
สุดท้าย เขาออกตามหาจักรพรรดิเซียนนักคำนวณสวรรค์ โหยวอู๋หมิง ผู้เป็นยอดอัจฉริยะแห่งโลกบำเพ็ญด้วยตนเอง
โหยวอู๋หมิงหยั่งรู้เบื้องลึกแห่งฟ้าลิขิต ย้อนกลับกฎแห่งฟ้าดิน
เป็นผู้รอบรู้ชะตาฟ้ามากที่สุดในโลกบำเพ็ญ
เมื่อต้องเผชิญดวงชะตาของซูหยาง เขาใช้พลังบำเพ็ญทั้งชีวิต กระอักเลือดคำนวณอยู่สามวันสามคืน
สุดท้ายเอ่ยออกมาอย่างสั่นเทาเพียงสองคำ…
“โลก!”
ผลลัพธ์นี้ แม้แต่ซูหยางก็รู้สึกคาดไม่ถึงอย่างมาก…
เมื่อเทียบกับโลกบำเพ็ญอันไพศาลแล้ว โลกคงเล็กจิ๋วประหนึ่งเม็ดทราย
คิดไม่ถึงว่าที่นั่นจะซ่อนวาสนาแห่งการทะลวงขั้นของเขาไว้?
จากนั้น เขาผ่านความยากลำบากนับพัน สุดท้ายก็สามารถระบุตำแหน่งของโลกอันน้อยนิดนี้ได้
นับหมื่นปีต่อมา เขาก็กลับมาอีกครั้ง!
เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากพลังมหาศาลที่รั่วไหล ซูหยางกดพลังบำเพ็ญอันน่าสะพรึงกลัวทั้งหมดของตนลงที่ขั้นหลอมปราณเก้า!
คิดว่าแค่นโลกเซียนหมื่นปี บ้านเกิดคงเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้แล้ว
แต่เมื่อกลับมาจึงได้รู้ว่า โลกเซียนหมื่นปี โลกมนุษย์กลับเพิ่งผ่านไปเพียงแปดสิบปี
ซูหยางจากโลกไปตอนอายุหกขวบ
ในความทรงจำเลือนราง นอกจากพ่อแม่แล้ว ข้างบนมีพี่ชายที่แก่กว่าสองปี และน้องสาวที่เด็กกว่าหนึ่งปี
ผ่านมาแปดสิบปี ครอบครัวยังอยู่ดีหรือไม่?
ในระหว่างห้วงความคิด ซูหยางเคลื่อนย้ายไปที่ริมน้ำด้วยความเร็วที่มนุษย์ไม่อาจรับรู้ โดยไม่มีใครสังเกตเห็น
ในเวลาไล่เลี่ยกัน วังวนเหนือแม่น้ำหลีเจียงก็หายวับไปทันที ท้องฟ้ากลับมาสดใสไร้เมฆอีกครั้ง
ผู้คนบนถนนยังคงครุ่นคิดถึงภาพอัศจรรย์นั้น
ไม่มีใครรู้เลยว่า ในหมู่ผู้คน ได้มีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น!
ในความทรงจำวัยเด็กของซูหยาง บ้านของตนอยู่แถวนี้ เพียงแต่ตอนนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว
เขาเดินไปข้างหน้าอย่างเรื่อยเปื่อย
ผู้คนที่เดินสวนมาต่างเห็นเครื่องแต่งกายของเขา ในหัวพลันผุดคำสองคำ…
ติสต์แตก!
แน่นอน ถึงจะบ่นในใจ
แต่ก็ไม่มีใครแปลกใจจนเกินไป!
ในยุคที่เน็ตไอดอลกำลังเฟื่องฟู การแต่งตัวประหลาดกว่านี้ก็มีให้เห็นบ่อย ๆ
ในความคิดของผู้คน ซูหยางก็แค่เน็ตไอดอลกระจอกที่อยากใช้การแต่งตัวแบบนี้ดึงดูดความสนใจ หาเงินออนไลน์
ซูหยางย่อมไม่สนใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร
เดินเล่นพลางใช้พลังจิตสำรวจข้อมูลพื้นฐานของโลกยุคใหม่ไปด้วย…
กำลังคิดจะไปโรงพักสืบข่าวคนในครอบครัว ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินสวนทางมา
ดูจากอายุแล้วน่าจะประมาณสี่สิบต้น ๆ แต่งตัวธรรมดา หน้าตายังนับว่าไม่เลว
ซูหยางเพียงแค่มองผ่าน ๆ แต่ใจกลับรู้สึกสั่นไหวอย่างน่าประหลาด
ลึก ๆ แล้ว เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีสายสัมพันธ์ผูกพันกับตนอย่างใดอย่างหนึ่ง
ลูกหลานสายตระกูลซู?
เมื่อมีความคิดเช่นนั้น ในจังหวะที่ทั้งคู่เดินผ่านกัน ซูหยางก็เปลี่ยนทิศทางเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปเงียบ ๆ
……
ซูหยู่หรานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลประชาชนเมืองหนานเจียง ตอนนี้เพิ่งเลิกงาน ตั้งใจจะไปกินข้าวบ้านพ่อแม่
ระหว่างเดินผ่านถนนปินเจียง เห็นซูหยางแต่งตัวประหลาด ก็แค่มองแวบหนึ่งแล้วละสายตา
ในใจยังแอบขำ…
พวกวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ อยากดังจนบ้าไปแล้ว!
ซูหยู่หรานก็เหมือนคนทั่วไป แค่แอบบ่นในใจ ไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่เดินไปไม่ไกล ก็รู้สึกผิดสังเกต
สายตาของผู้คนที่เดินสวนมา ต่างมองไปข้างหลังเธอ
ซูหยู่หรานหันไปมองโดยไม่รู้ตัว เห็นเด็กหนุ่มที่แต่งตัวแปลกเมื่อกี้ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เดินตามหลังมาอยู่ข้างหลังเธอ
ซูหยู่หรานขมวดคิ้วแล้วเดินต่อไป
จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่คิดอะไรมาก
คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ?
เดินไปอีกพัก เลี้ยวอีกสองโค้ง…
หันไปมอง เด็กหนุ่มแปลกนั้นยังตามหลังเธออยู่ห่างไม่กี่เมตร
นี่ยังเป็นเรื่องบังเอิญอีกหรือ?
ซูหยู่หรานใจคอไม่ดี!
เร่งฝีเท้าเดินไปอีกพัก แล้วหันกลับไปมอง
ไอ้คนแต่งตัวประหลาดนั่นยังตามติดอยู่ข้างหลัง!
ดีว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ผู้คนบนถนนยังมี ซูหยู่หรานแม้จะกลัว ก็ไม่ได้วิตกจนเกินไป
หยุดเดิน จ้องมองอีกฝ่าย
“คุณตามฉันมาตลอดเลย? คุณต้องการอะไร?”
ซูหยางยิ้ม ยิ้มได้อย่างสดใส…
ที่ตามมาอยู่นานเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่เดินตามเพียว ๆ
แต่เขาใช้วิชาลับบางอย่าง
ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่า ผู้หญิงที่หน้าตานับว่าไม่เลวคนนี้ เป็นผู้สืบสายเลือดของตระกูลซู
พลางคิด ซูหยางก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“คุณแซ่ซูใช่ไหม?”