“อย่าร้องไห้”
“พี่จับมันไว้ได้แล้ว”
“รอพ่อกลับมา พี่จะให้พ่อเอามันไปตุ๋นให้กิน!”
เด็กชายเจ็บจนกัดฟัน แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
“ห่านจะจิกหนู...”
เด็กหญิงร้องไห้จนปลายจมูกแดงก่ำ
“ต่อไปเธอเดินตามหลังพี่ไว้นะ”
“พี่จะปกป้องเธอเอง”
“มีพี่อยู่ มันไม่กล้ารังแกเธอหรอก!”
หลิวจ้านเบิกตากว้างราวกับเห็นผี
เด็กชายตัวน้อยในชุดนักพรตที่กำคอห่านไว้แน่นคนนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นตัวเขาในวัย 4 ขวบ
ส่วนเด็กหญิงที่เขาปกป้องอยู่ในอ้อมแขน ก็คือทารกที่พ่อเก็บมาจากนอกเขา และเป็นน้องสาวที่เติบโตมาด้วยกันกับเขา
ภาพตรงหน้าค่อย ๆ พร่าเลือน
เมื่อแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองก็เติบโตเป็นวัยรุ่นแล้ว
บนทางชนบทในยามเช้า จักรยานคันหนึ่งแล่นโซเซผ่านไป
หลิวจ้านปั่นจักรยาน ส่วนเด็กหญิงนั่งอยู่บนเบาะหลัง แขนโอบเอวเขาอย่างคล่องแคล่ว
ทั้งสองปั่นจักรยานคันเดียวกันไปเรียนที่ตัวอำเภอ
วันเวลาเช่นนี้ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี
ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ใต้หอพักนักศึกษาหญิง หลิวจ้านวางสัมภาระลง กำชับให้น้องสาวดูแลตัวเองให้ดี ก่อนจะเดินจากไปตามลำพัง
เด็กหญิงยืนอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา
“เมื่อกี้แฟนเธอเหรอ?”
“หน้าตาหล่อใช้ได้เลยนะ”
เพื่อนร่วมห้องหลายคนพากันเข้ามาล้อมเด็กหญิง
เธอนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนแก้มจะค่อย ๆ แดงขึ้น
ทั้งที่รู้ดีว่าหลิวจ้านไม่ใช่แฟนของตน แต่เธอก็ยังพยักหน้าเบา ๆ
หลิวจ้านอ้าปากค้าง สีหน้าตื่นตะลึงยิ่งทวีความชัดเจน
ตั้งแต่เล็กจนโต เขามองอีกฝ่ายเป็นน้องสาวมาตลอด
ไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้การพยักหน้าในครั้งนั้นจะซ่อนความรู้สึกเช่นไรไว้
ภาพแปรเปลี่ยนอีกครั้ง
