เงิน 300 หยวนในมือเบาหวิว ทว่าดวงตาของเฟยเฟยกลับไร้ประกายไปแล้ว
เด็กสาวรอบข้างยังคงพูดคุยถึงกิจกรรมครั้งต่อไป บางคนถึงกับบ่นว่าวันนี้ร้องไห้หนักเกินไปจนเครื่องสำอางรอบดวงตาเลอะหมด
ที่แท้ทั้งการส่งดอกไม้และเสียงร้องตะโกนก็เป็นเรื่องหลอกลวง แม้แต่แฟนคลับที่มีความสุขจนเป็นลมก็ยังจ้างมาโดยใช้เงินงั้นหรือ?
หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เฟยเฟยก็กลับถึงบ้านอย่างเหม่อลอย
ประตูห้องปิดลงแล้ว แต่เธอยังคงจ้องเงิน 300 หยวนในมือ
คำพูดของชายคนนั้นวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัว ทุกครั้งที่ดังขึ้น ธนบัตรในฝ่ามือก็ยิ่งร้อนราวกับถูกลวก
คนที่เธอคลั่งไคล้แทบตาย ถึงกับต้องสร้างเรื่องว่ามีแฟนคลับส่งดอกไม้ในคอนเสิร์ตขึ้นมาหลอกด้วยหรือ?
น่าขยะแขยงเหลือเกิน!
ร่างของเฟยเฟยสั่นน้อย ๆ นอกจากโกรธแล้ว เธอยังรู้สึกอับอายด้วย
ก่อนหน้านี้เธอถึงกับคุยโวในกลุ่มว่าพัคจุนฮีโด่งดังแค่ไหน แถมยังหนีเรียนขโมยเงินเพื่อช่วยเขาปั่นอันดับ
มาคิดดูตอนนี้ เธอช่างเหมือนคนโง่ไม่มีผิด
แต่ถ้าไม่ตามพัคจุนฮีแล้ว ต่อไปจะตามใครล่ะ?
เฟยเฟยนั่งเหม่ออยู่ครู่ใหญ่ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวกลับเป็นการเลือกไอดอลคนใหม่ที่ไม่จ้างหน้าม้า
อีกฟากหนึ่งของห้องรับแขก หลิวว่านเซินกับอีกสองคนมองเธอเงียบ ๆ
“เธอเป็นถึงขนาดนี้แล้ว”
“ให้ฉันไปอยู่เป็นเพื่อนเธอเถอะ”
หูเหมยมีสีหน้าเวทนา เพิ่งก้าวออกไปได้ก้าวเดียว ข้อมือก็ถูกใครบางคนคว้าไว้แน่น
“ปล่อยฉัน!”
“ตอนนี้เฟยเฟยต้องทุกข์ใจมากแน่ ๆ จะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวได้ยังไง!”
หูเหมยหันกลับมาอย่างขุ่นเคือง กำลังจะเถียงต่อ แต่กลับสบเข้ากับดวงตาเย็นชา
“หากอุบาสิกาหูไม่อยากให้หลานสาวแก้ไขตัวเอง ก็เชิญไปเถิด”
“นับจากนี้ อาตมาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวพวกท่านอีก”
