หลิวว่านเซินหั่นเนื้อวัวเป็นชิ้นหนา แล่เนื้อแกะตามแนวเส้นใย ก่อนจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบไว้ข้างกะละมังไม้สองใบ
แม่เสือดาวเดินวนรอบหลิวว่านเซินไปมา
ลูกเสือดาวเห็นแม่ทำก็ทำตาม ยืดตัวขึ้นเขย่งเกาะขอบเขียง
แต่น่าเสียดายที่ตัวมันเล็กเกินไป จึงโผล่ขึ้นมาได้แค่ครึ่งหัว ทว่าจมูกกลับฟุดฟิดอยู่เหนือเนื้อดิบไม่หยุด
“พวกเธอนี่นะ ถ้าอยากกิน เดี๋ยวจะให้กินจนพอใจ ตอนนี้ยังไม่ได้!”
“รออีกหน่อย”
หลิวว่านเซินใช้ข้อศอกกันหัวแม่เสือดาวที่ยื่นเข้ามาใกล้
แววตาของแม่เสือดาวหม่นลงทันที
มันชักขาหน้ากลับ แล้วนอนหมอบอย่างเรียบร้อยอยู่ข้างประตูห้องครัว เอาคางวางบนขาหน้าทั้งสองข้าง
“เหมียว~”
เสียงร้องของแม่เสือดาวอ่อนนุ่ม ฟังดูคล้ายกำลังถามว่าเมื่อไหร่จะได้กิน
“ยังไม่เสร็จ”
หลิวว่านเซินไม่แม้แต่จะเงยหน้า ยังคงจัดการกับเนื้อแกะต่อ
“เหมียว?”
“เร่งก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ลูกเสือดาวตั้งหู เงียบได้ไม่ถึงครึ่งนาที ก็ส่งเสียงร้องออดอ้อนขึ้นมาอีกครั้ง
หลิวว่านเซินหันกลับไปมองหน้าเจ้าลูกเสือดาว ก่อนเอ่ยอย่างใจเย็นว่า “ทำหน้าอ้อนก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ทันใดนั้น เสียงหวีดแหลมของดอกไม้ไฟที่พุ่งขึ้นฟ้าก็ดังมาจากเชิงเขา
จากนั้นก็มีดอกไม้ไฟอีกหลายลูกทยอยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลิวว่านเซินหันไปมองนอกหน้าต่าง ท่ามกลางม่านราตรี พลันมีดอกไม้ไฟงดงามบานสะพรั่ง
เที่ยงคืนแล้ว
“เจ้าเสือดาวนักกิน อีกเดี๋ยวก็ได้กินแล้วนะ”
หลิวว่านเซินยิ้มพลางวางมีดลง
เสือดาวลายจุดสองตัวที่หมอบอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
“พอพูดถึงข้าวก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเลยหรือไง?”
“เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนโดนรังแกอย่างหนักอยู่เลยไม่ใช่หรือ?”
หลิวว่านเซินอดหัวเราะเพราะท่าทางของพวกมันไม่ได้
