“หิวแล้วหรือ?”
“หรือมาปลุกข้าตื่นอีก?”
หลิวว่านเซินก้มมองเจ้าตัวน้อย ขณะรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า
มีเจ้าตัวขนปุกปุยเข้ามาคลอเคลียตั้งแต่เช้าตรู่ แบบนี้ทำให้รู้สึกดีจริง ๆ
ลูกเสือดาวน้อยเงยหน้าร้องเสียงหนึ่ง
หลิวว่านเซินอุ้มมันเดินเข้าไปในห้องนอนด้านหลัง
แม่เสือดาวบนเตียงตื่นแล้ว ขนที่เมื่อคืนยังเปื้อนเลือดอยู่ ตอนนี้สะอาดขึ้นมาก
ท้องของมันขยับขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ บาดแผลหลายแห่งหยุดเลือดแล้ว ขอบแผลเริ่มสมานเข้าหากัน
เห็นได้ชัดว่าข้าวสาลีวิญญาณได้ผล
หากอาการบาดเจ็บเมื่อคืนดำเนินต่อไปแบบนั้น ไม่แน่ว่าแม่เสือดาวจะรอดถึงเช้าหรือเปล่า
ตอนนี้มันพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ร่างกายยังอ่อนแอและขยับตัวไม่สะดวก
“อาหารวิญญาณได้ผลดีนี่นา?”
“จ่ายไป 10 คะแนน คุ้มจริง ๆ”
หลิวว่านเซินเปิดร้านค้าของระบบแล้วซื้อเนื้อวัวมาหลายสิบชั่ง
เนื้อวัวราคาไม่แพง ใช้คะแนนธูปเทียนไปแค่ 2 คะแนน
เขาหั่นออกมาหลายชั่ง ใส่ลงในกะละมังไม้ แล้วยกเข้าไปในห้องนอน
ลูกเสือดาวน้อยได้กลิ่นเนื้อก็รีบดิ้นลงจากอ้อมแขน พุ่งหัวลงไปในกะละมังทันที
แม่เสือดาวเองก็ยื่นหัวเข้ามา เริ่มกินอาหารเช่นกัน
ส่วนเนื้อวัวที่เหลือ หลิวว่านเซินเก็บใส่ตู้เย็นทั้งหมด
หลังจากตักน้ำจากบ่อมาใส่กะละมังแล้ววางไว้ข้างเตียง หลิวว่านเซินก็เริ่มจัดการดูแลสำนักเต๋า
กระถางธูปกับโต๊ะบูชา เขาทำความสะอาดทุกวัน
เพิ่งจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากบันไดหิน หญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาในสำนักเต๋า
เธอสวมเสื้อบุนวมเก่า ๆ ผมขาวปนเทา หลังผ่านประตูเข้ามาก็มองตำหนักเทพเจ้าสามองค์ก่อน จากนั้นมองนักพรตหนุ่มที่เดินตรงมาหา ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล
หลิวว่านเซินสวมอาภรณ์เมฆาขาว มีแส้ปัดฝุ่นพาดอยู่บนข้อพับแขน “ขอเทพสูงสุดไร้ประมาณ คุณยายมาถวายธูปหรือ?”
