“แน่ใจนะว่าทำลายหมดแล้วจริง ๆ?” อู๋เต๋ออี้ถามซ้ำ
“แน่ใจสิ ต้นกล้าสมุนไพรพวกนั้นผมถอนทิ้งหมดแล้ว ส่วนที่ไม่มีเวลาถอน ผมก็ใช้มีดกรีดโรงเรือนจนขาด อย่างน้อยก็ทำลายไปหนึ่งในสาม” อู๋ป๋อหยางตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
อู๋เต๋ออี้จ้องอู๋ป๋อหยางอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก สีหน้าของเขาก็เผยความประหลาดใจขึ้นมาหลายส่วน
“มีอะไรเหรอครับลุง หรือว่าทางหมู่บ้านสือหม่าโถวเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ตอนนี้อู๋ป๋อหยางเองก็เริ่มรู้ตัวแล้ว สีหน้าลุงของเขาดูผิดปกติชัด ๆ
“วันนี้ฉันเจอหวังหงเจี๋ยที่กองพล” อู๋เต๋ออี้เอ่ย
“เขาไปทำอะไรที่กองพล หรือว่าจะไปฟ้อง?” สีหน้าอู๋ป๋อหยางตึงเครียดขึ้น
แต่ไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนพวกเขาทำกันอย่างมิดชิด ไม่มีทางมีใครจับได้แน่นอน
ที่สำคัญ ลุงของเขาก็อยู่ที่กองพลด้วย หวังหงเจี๋ยคนนั้นคงก่อเรื่องอะไรขึ้นมาไม่ได้หรอก
“ถ้าเขาไปฟ้องก็ดีสิ!” พอนึกถึงรถลาที่หวังหงเจี๋ยขนของมาเต็มคัน อู๋เต๋ออี้ก็โกรธจนเขี้ยวแทบขบกัน
เขารู้จักหวังหงเจี๋ยมาตั้งแต่เด็ก ฐานะทางบ้านของหวังหงเจี๋ยด้อยกว่าเขามาตลอด ตั้งแต่เล็กอีกฝ่ายก็คอยตามเขาต้อย ๆ เป็นลูกไล่
แต่สุดท้ายผู้หญิงที่เขาชอบ ต่อให้เขาเสนอสินสอดราคาแพงก็ยังไม่ยอมแต่งด้วย กลับไม่เอาสินสอดสักบาทแล้วแต่งกับหวังหงเจี๋ยแทน
เขาคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ หวังหงเจี๋ยด้อยกว่าเขาทุกด้าน ทำไมผู้หญิงที่เขาชอบถึงยอมแต่งให้อีกฝ่ายโดยไม่เอาอะไรเลย