ชายคนนั้นถูกหวังหงเจี๋ยตวาดใส่จนทรุดลงไปนั่งแหมะกับพื้น
“เมื่อคืน... ผมก็แค่เดินตรวจอยู่รอบหนึ่ง เห็นว่าไม่มีอะไร ก็เลยกลับไปนอน...”
“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ?” พอได้ยินแบบนั้น หวังหงเจี๋ยก็เบิกตากว้าง
“ผมคิดว่าผ่านมาตั้งนานแล้วยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น น่าจะไม่เป็นไร อีกอย่างตอนกลางคืนในแปลงมันหนาวจริง ๆ ผมทนไม่ไหว ก็เลย... ก็เลยกลับบ้านไปมุดผ้าห่ม...” ชายคนนั้นพูดเสียงเบาลงเรื่อย ๆ
หวังหงเจี๋ยโกรธจนแทบระเบิด เขาก้าวเข้าไปเตะอีกฝ่ายเต็มแรง ชายคนนั้นล้มลงกับพื้นทันที แต่ก็รีบลุกขึ้นมาเกาะขากางเกงของหวังหงเจี๋ยไว้ วิงวอนขอร้อง
“หัวหน้าหมู่บ้าน ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ผมไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาตอนดึกเพื่อทำลายแปลงสมุนไพรของพวกเรา” ชายร่างใหญ่ร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลพราก
ตัวเขาเองก็รู้ว่าครั้งนี้ทำผิดพลาดร้ายแรง
“ตอนนี้มาร้องไห้จะมีประโยชน์อะไร ร้องแล้วต้นกล้าสมุนไพรพวกนี้จะฟื้นขึ้นมาได้หรือไง?” หวังหงเจี๋ยกระชากขากางเกงออกจากมืออีกฝ่าย “โทษฉันเองที่ปกติใจดีกับพวกนายเกินไป จนพวกนายเริ่มทำต่อหน้าดี ลับหลังอีกอย่างแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าต้นกล้าสมุนไพรของเราล้ำค่าแค่ไหน ทุกปีตอนหว่านเมล็ดในฤดูใบไม้ผลิ เรายังจัดคนออกตรวจเวรกลางคืนกันตลอด ก่อนหน้านี้สองหมู่บ้านเคยมีเรื่องบาดหมางกัน แล้วมีคนถอนพืชผลที่โตขึ้นมาหมดภายในคืนเดียว พวกนายจำเรื่องนั้นไม่ได้หรือไง?!”