ฮั่วซินหย่วนรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเมื่อครู่อยู่บนถนน เขาเอาแต่คิดว่าจะหาเหตุผลอะไรมาไม่ให้น้องสาวไปอู่ซ่อมรถกับเขา
ไอ้เสิ่นอวี้ซานนั่นจ้องน้องสาวเขาตาเป็นมันมาตลอด ไม่คิดเลยว่าเขายังหาวิธีดี ๆ ไม่ทันได้ น้องสาวกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน แบบนี้เขาจะไม่รีบวิ่งไปได้ยังไง
ซูเหมียวเหมียวไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย คิดแค่ว่าฮั่วซินหย่วนรีบร้อนไปสืบข่าวต้นกล้าสมุนไพร จึงไม่ได้คิดอะไรมาก เธอหันไปที่ไปรษณีย์และส่งจดหมายออกไป
จากนั้นเธอก็ไม่ได้เดินเตร่ไปไหน แต่ตรงไปที่สถานีตำรวจ
ทันทีที่เข้าไปในสถานีตำรวจ ซูเหมียวเหมียวก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศเคร่งขรึมอันยากจะบรรยาย รอบผนังมีคำขวัญสีแดงติดอยู่เต็มไปหมด
ซูเหมียวเหมียวกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นตำรวจคนหนึ่งว่างอยู่ จึงเดินเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะ ฉันอยากถามหน่อยว่าผู้กองซุนเทียนไฉยังอยู่ที่นี่ไหมคะ?”
“คุณเป็นใคร?” พออีกฝ่ายได้ยินซูเหมียวเหมียวเอ่ยชื่อซุนเทียนไฉ แววตาก็ระแวดระวังขึ้นทันที
เมื่อวานผู้กองซุนจับคนกลับมาไม่น้อยเลย
“ถ้าเขายังอยู่ ช่วยไปบอกเขาได้ไหมคะว่าซูเหมียวเหมียวมาหา” ซูเหมียวเหมียวมีสีหน้าเปิดเผย น้ำเสียงสุภาพ
อีกฝ่ายเห็นท่าทางของเธอแล้วก็ดูไม่น่าเกี่ยวข้องกับพวกอาชญากร เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
“งั้นรอตรงนี้สักครู่นะครับ ผมไปถามให้”
“รบกวนด้วยค่ะ” ซูเหมียวเหมียวพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย
ไม่นานนัก ซุนเทียนไฉก็เดินออกมาจากด้านในอย่างรีบร้อน พอเห็นซูเหมียวเหมียว รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที