ซู่ซู่นั่งอยู่บนเตียง กอดเข่า มองห้องที่ว่างเปล่า ในใจก็ว่างเปล่าไปด้วย ไม่นานนัก เธอก็ได้รับเงินโอนจากเฉินหมิง พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า “เธอยังไม่ต้องย้ายออกไป ขอแค่พักอยู่ที่นี่เหมือนบ้านตัวเอง ถ้าเงินไม่พอใช้ ก็บอกฉันได้”
ซู่ซู่รู้สึกเศร้าขึ้นมาจับใจ เริ่มสงสัยว่าตัวเองทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือเปล่า ด้วยความไม่มั่นใจ เธอจึงส่งข้อความหาเสี่ยวเฟยว่า “ฉันกับเฉินหมิงเลิกกันแล้ว”
ไม่ทันไร โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายเป็นเสียงของเสี่ยวเฟยที่ตื่นเต้นมาก “เฉิงซู่ซู่ เธอสมองมีปัญหาหรือเปล่า? เฉินหมิงรักเธอขนาดนั้น อนาคตก็สดใส ฐานะครอบครัวก็ดี เธอกล้าเลิกกับเขา? เพื่อผู้ชายแก่วัยทองที่มีแฟนแล้วคนนั้นงั้นเหรอ?”
ซู่ซู่ก็หงุดหงิดอยู่แล้ว พอถูกตะคอกใส่อีกก็ยิ่งโมโห “ใช่ ฉันสมองมีปัญหา ผู้ชายแก่วัยทองคนนั้นแหละคือยาแก้โรคของฉัน พอใจหรือยัง?”
เสี่ยวเฟยระงับอารมณ์ลง “ทำเฉินหมิงหลุดมือไป วันหนึ่งเธอจะต้องเสียใจ”
ซู่ซู่คิดว่าตัวเองตกหลุมรักซินเช่อไปแล้ว แต่พอเฉินหมิงจากไป เธอกลับรู้สึกเหงาเป็นประจำ หลายครั้งคิดจะกลับไปง้อเขาคืนดี แต่เฉินหมิงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งที่ซู่ซู่ยังพักอยู่ในบ้านของเขา แต่เขาไม่กลับมาสักครั้ง จิตใจของซู่ซู่จึงหวั่นไหวไปมา ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่
ช่วงเวลานี้ เธอไม่ได้ติดต่อเฉินหมิงโดยตรง กลับกัน โอกาสบางอย่างในงานทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับซินเช่อมากขึ้น เย็นวันหนึ่งต้นเดือนพฤศจิกายน ซู่ซู่ทำงานล่วงหน้าที่บริษัท แล้วได้รับข้อความจากซินเช่อ หลังจากตอบคำถามเรื่องงานของเขาไปแล้ว ไม่รู้ว่าความกล้าที่ไหนทำให้เธอพิมพ์เพิ่มไปอีกประโยคว่า “คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
ครู่ต่อมา เขาตอบกลับ “กำลังทานข้าวกับลูกค้าอยู่”
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาส่งข้อความมา “คุณกลับบ้านหรือยัง?”
ซู่ซู่ตอบกลับ “ยังอยู่ที่บริษัททำงานล่วงหน้าค่ะ”
ไม่กี่นาทีต่อมา ซินเช่อโทรมา “ตอนนี้ออกมาได้ไหม? ผมอยู่ใกล้ ๆ บริษัทพอดี ขับไปส่งคุณที่บ้าน”
ซู่ซู่ตกลง
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพัง ซู่ซู่นั่งลงในรถของซินเช่อ สีหน้าอดเก้เก้งกังไม่ได้ไม่ ตลอดทาง ทั้งคู่แค่พูดคุยเรื่องงานและชีวิตทั่วไปตามมารยาท แต่ซินเช่อเป็นคนเจ้าชู้นิสัยเก่า ย่อมมองออกว่าสาวสวยคนนี้มีใจให้เขา
ซินเช่อขับไปส่งเธอที่หน้าอาคาร ซู่ซู่กล่าวขอบคุณแล้วลงจากรถ
ซินเช่อคบกับแฟนสาวชื่อจี้เสี่ยวหรานมานานถึงสิบปี ในสิบปีนั้น เขามีประสบการณ์รักข้างทางมากมาย แต่ทุกครั้งก็ถอนตัวได้ทันเวลา จบเรื่องได้อย่างเนียน ๆ แล้วกลับมาหาจี้เสี่ยวหราน เขามักคิดเสมอว่า จี้เสี่ยวหรานต่างหากคือผู้หญิงที่เขารักจริง ๆ เธอสวยเหมือนดารา ฐานะครอบครัวดีมาก เป็นผู้ใหญ่ มีความทะเยอทะยานในหน้าที่การงาน และไม่เคยแยแสกับผู้หญิงที่เข้ามาเกาะแกะเขา
ส่วนจี้เสี่ยวหรานก็ทำงานในวงการการเงินมาหลายปี เธอเห็นมาว่างานสังคมเป็นแค่การแสดง และตัวเธอเองก็ต้องประจบประแจงบ้างตามหน้าที่ เธอเลือกที่จะเชื่อว่าหัวใจของซินเช่อยู่กับเธอเสมอ ไหน ๆ สมัยมหาวิทยาลัยสี่ปี เขาทุ่มเทสุดแรงเพื่อพิชิตใจเธอมาได้
ไม่กี่วันต่อมา ซินเช่อชวนซู่ซู่ไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ตอนออกจากร้านอาหาร เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธออย่างคลุมเครือ “ไปดูหนังที่บ้านผมไหม?”
ซู่ซู่ยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้ปฏิเสธ
พอถึงลานจอดรถใต้ดินของบ้านซินเช่อ หลังลงจากรถ เขาก็จับมือเธอเป็นครั้งแรก แก้มทั้งสองข้างของซู่ซู่ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ร้อนจนเธอไม่กล้าเงยหน้ามองเขา
เข้าบ้านไปแล้ว ซินเช่อถามเธอ “อยากดูหนังเรื่องอะไร?”
ซู่ซู่ยักไหล่ “เรื่องอะไรก็ได้”
เขาหยิบหนังเก่า ๆ เรื่องหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนชื่อจื่อหมิงกับชุนเจียว เปิดเล่น แล้วหยิบน้ำสองขวดวางบนโต๊ะเล็ก ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เธอบนโซฟา หนังเพิ่งเริ่มได้ไม่กี่นาที เขาก็ขยับเข้าใกล้ซู่ซู่ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ตอนแรกแค่จูบเบา ๆ ที่หน้าผาก พอเห็นเธอไม่หลบ เขาจึงค่อย ๆ เลื่อนลงมาที่แก้ม แล้วก็จูบลงบนริมฝีปากของเธอ
ครั้งแรกที่ถูกเขาใกล้ชิดขนาดนี้ หัวใจของซู่ซู่เต้นไม่เป็นจังหวะ ตอบสนองอย่างเขินอาย
เขาไม่รีบร้อน จูบเธออยู่นาน เห็นเธอเริ่มมีอารมณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงถามเสียงเบา “ไปห้องนอนกันไหม?”
ซู่ซู่หลุบตาลง พยักหน้าเบา ๆ
ซินเช่ออุ้มเธอขึ้น พาไปที่ห้องนอน แล้ววางลงอย่างมั่นคง เขาโน้มตัวลงมาใกล้ ลมหายใจกระทบที่ซอกคอและข้างหูของเธอ มือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ในตอนที่สัมผัสถึงเนื้อผ้าที่ชุ่มชื้นนั้น ซู่ซู่หน้าแดงไปทั้งตัวด้วยความเขิน นิ้วของเขาเป็นนิ้วที่เรียวยาวและสวยงามที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา ผ่านไปเพียงไม่กี่ที เธอก็แทบจะต้านทานไม่ไหว
